อิมเมจของ หนึ่งธิดา เจษฎาวัฒน์ จันทิมา และ วิทย์
ตอนที่ 5. สองเราสามคน
เธอเป็นผู้หญิงที่สวยเธอรู้ตัวดี ทั้งสวย ทั้งคมและเป็นที่หมายปองของผู้ชาย
แต่เธอไม่ได้หลงติดอยู่กับความสวยงามของร่างกาย เธอไม่ได้สนใจแต่เพียงรูปกายภายนอก
สิ่งที่เธอให้ความสำคัญคือเรื่องของจิตใจแต่ใช่ว่าคนทุกคนจะคิดและให้ความสนใจเช่นเดียวกับเธอ
โดยเฉพาะมนุษย์เพศชาย พวกเขาให้ความสำคัญของรูปกายภายนอก อาจมีบ้างบางคนที่เห็นจิตใจสำคัญกว่า
แต่อัตราส่วนระหว่างคนทั้งสองประเภทแตกต่างกันมากถึงมากที่สุด อย่างน้อยตลอดชีวิตที่ผ่านมายี่สิบห้าปีของเธอ
เธอพบเจอแต่ผู้ชายที่สนใจมองเพียงรูปกายของผู้หญิง
รูปกายภายนอกของหญิงสาวคือกับดักตามธรรมชาติของผู้ชาย ผู้หญิงสวย ผู้หญิงน่ารักไม่ว่าพวกเธอจักทำอะไรก็ดูดีและดูน่ารักน่าใคร่แม้บางครั้งการกระทำนั้นแสนจะไม่ได้เรื่องก็ตามที
ผู้หญิงขี้เหร่ถึงจะฉลาดมากมายเพียงใดก็หาชายใดชื่นชมได้ยาก
เมื่อมองด้วยสายตาที่เห็นแก่นแท้ของมนุษย์เพศชายแล้วก็ยากที่เธอจะหลงเชื่อในน้ำใจของผู้ชาย
ทุกคนล้วนเข้ามาเพื่อหวังเชยชมร่างกายที่สวยสดงดงามของเธอ จะมีใครมารักเธอจริงดั่งที่พ่อแม่และน้องชายรักเธอนั้นคงไม่มี
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งระลึกถึงคนที่รักเธออย่างจริงใจที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวในโลกใบนี้
น้องอัน... ป่านนี้น้องจะร้องไห้คิดถึงพี่สาวคนนี้อยู่หรือไม่นะ
ดวงตางดงามแฝงรอยเศร้าหม่นเหม่อมองท้องฟ้ายามเย็น ท้องฟ้าเย็นนี้เป็นสีฟ้าไร้เมฆหมอกไร้รอยแต้มแต่งใดๆ
เป็นสีฟ้าที่ใสแจ๋วปานลูกแก้วเนื้อดีบ่งบอกให้รู้ว่าคืนนี้จะไม่มีฝนแน่นอน
แต่ว่า... จะเอาอะไรกับฟ้าบางทีดึกๆ อาจมีฝนเทลงมาจนไม่ลืมหูลืมตาก็เป็นได้
ความคิดที่จะนั่งรถประจำทางไปหาน้องชายจึงต้องหยุดไป หากฝนตกเธอจะกลับไม่ได้ต่อให้เอาเสื้อผ้าไปผลัดเปลี่ยนและค้างเสียที่โรงพยาบาลกับน้องชาย
แต่แฟ้มงานมากมายและงานตามหมายกำหนดการณ์ในวันพรุ่งนี้อาจมีปัญหา
ความจริงเธอไม่อยากเข้าไปโรงพยาบาลนี้นักเพราะว่าคุณหมอที่เป็นหัวหน้าคณะจัดซื้อยาและเป็นผู้มีอำนาจสั่งออเดอร์ยานั้นติดจะเข้าขั้นเจ้าชู้อยู่มาก
ช่วงเดือนที่ผ่านมาเธอเริ่มเปิดตลาดยาใหม่หลายแห่งตามที่พี่วิทย์แนะนำมา
ความช่วยเหลือจากเขาทำให้ในวันนี้เธอมียอดออเดอร์ยามากขึ้น และทำงานได้ง่ายขึ้นไม่เหนื่อยหนักเหมือนเดิม
พี่วิทย์ใจดีและเอ็นดูน้องอันน้องชายของเธออย่างจริงใจ
พี่เขาประกาศไว้ชัดเจนว่าเดินเข้ามาเพราะอยากสร้างครอบครัวกับเธอ หากจะว่ากันไปจริงๆ
แล้วเธอไม่เชื่อว่าในโลกนี้จะมีผู้ชายที่ไม่หลงใหลในรูปโฉมของอิสตรี แต่การแสดงออกของพี่วิทย์ก็ยังนับได้ว่าดีกว่าผู้ชายคนอื่นๆ
อีกหลายคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ
ก็คงต้องให้เวลาเป็นตัวตัดสินเองว่าสุดท้ายแล้วหัวใจของพี่วิทย์จะชนะหัวใจของเธอได้หรือไม่
หากเขาทำได้เธอก็จะเลือกเขา หากเขาทำไม่ได้เธอก็คงไม่ใช่คนใจร้ายในเมื่อพี่เขาให้สิทธิ์ในการเลือกแก่เธอ
พลาดจากเธอแล้วก็ยังมีหญิงอีกมากมายที่พร้อมจะเป็นแม่ให้ลูกของเขา
ช่วงเวลาเดือนกว่ามานี้เธอติดต่อกับเขาบ่อยครั้งแต่กระนั้นจิตใจของเธอยังไม่รู้สึกพิเศษกับเขาแต่อย่างใด
เธอยังคงรู้สึกว่าเขาเป็นพี่ชายคนหนึ่ง มันช่วยไม่ได้ที่จิตใจของเธอยังคงระแวงผู้ชาย
เธอกลัว... หากเธอพลาดท่าเมื่อไหร่เธออาจต้องเสียใจและเสียตัว
ความคิดของเธอหยุดชะงักลงเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องขัดจังหวะขึ้น
เธออยู่คนเดียวมาหลายปีไม่เคยมีใครมาหา ไม่เคยมีใครมาเคาะประตูห้องแต่ตอนนี้มีคนกำลังมาเคาะประตูห้องของเธอ
ใครกัน?
“ทีม่าครับเปิดประตูให้พี่หน่อย”
“พี่วิทย์”
คิดถึงเขาเขาก็มาช่างตายยากเสียจริงๆ แต่ว่าเขามาได้อย่างไร?
เธอเริ่มกลัวผู้ชายคนนี้ขึ้นมาจริงจังเสียแล้ว ก็รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนอันตรายแต่ไม่คิดว่าจะร้ายกาจขนาดนี้
เขาไม่เคยบุกมาจนถึงที่ห้องพักของเธออย่างมากก็นัดแนะกับเธอที่อาคารสำนักงานของเบญจรัศม์
ที่โรงพยาบาลหรือไม่ก็ไปพบกันที่ห้องของน้องอัน เขาจะพยายามรักษาระยะห่างจากที่พักของเธอ
แต่คราวนี้กลับไม่... เขาตรงมาเคาะประตูห้องพักเธอเลยหรือนี่?
อย่างไรเสียผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้ชายแต่จะไม่เปิดประตูรับผู้ชายคนนี้ก็คงไม่ได้เสียด้วย
“ทีม่าครับ”
“พี่วิทย์คะ พี่... เอ่อ... คือ”
อาการอึกอักเหลือบตามองเขาก่อนจะมองห้องพักของเธอที่เล็กนิดเดียวมองเข้าไปก็เห็นเตียงนอนแล้วนั้น
วิทย์เข้าใจดีว่าเธอคงไม่อยากต้อนรับเขาในห้องนี้นัก แต่ยิ่งเธอไม่อยากต้อนรับ ยิ่งเธอแสดงออกว่ากลัวและหวงตัวกับเขา
เขายิ่งต้องแสดงให้เธอเห็นว่าเขาแตกต่างจากผู้ชายอื่นทุกคน
“พี่มาชวนทีม่าไปหาน้องอัน วันนี้รถของทีม่าเสียเข้าอู่ไม่ใช่หรือครับ”
ใบหน้าอิหลักอิเหรื่อของจันทิมาเปิดยิ้มดวงตาใสแจ๋วขึ้นมาทันทีเมื่อวิทย์หลอกล่อว่าเขาจะพาเธอไปหาน้องชาย
แม้จันทิมาจะฉลาดแต่เธอยังขาดเฉลียว เธอยอมเปิดทางให้เขาย่างเท้าเข้ามาในห้องได้ง่ายดายเพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ปิดประตูห้องแล้วเธอก็ตรงไปหาตู้เสื้อผ้าก่อนจะผละไปห้องน้ำด้วยใบหน้ายิ้มละไม
“ต่อไปทีม่าห้ามเปิดประตูรับใครและยอมให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาในห้องนี้นะครับ
รู้มั้ยทีม่าคนดี”
เสียงดุว่าของวิทย์ทำให้สองขาเล็กๆ
ที่กำลังจะก้าวเดินไปยังห้องน้ำต้องหยุดชะงักหันมามองยังผู้ชายตัวใหญ่ที่ปักหลักอยู่หน้าประตูหลังห้อง
เขาอิงตัวเองไว้กับขอบประตูสายตาเขากำลังมองไปยังท้องฟ้าแสนไกลที่เธอจับจ้องอยู่เมื่อครู่
“คะพี่วิทย์?”
“ใครจะรู้ว่าฟ้าใสจะหม่นสีและฝนตกได้เมื่อไหร่ มันก็เหมือนกับหัวใจของผู้ชายเกิดความใคร่ได้ตลอดเวลา
ยิ่งอยู่ในห้องที่มีเตียงนอนพร้อมแบบนี้ทีม่าไม่ควรเปิดประตูรับพี่หรือใครก็ตาม”
วิทย์เบนสายตากลับมาจับจ้องดวงหน้างดงามที่เริ่มส่อเค้าความกังวลและเริ่มระแวง
เขาอมยิ้มอยากแกล้งเธอนักแต่เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ เขาต้องการความไว้วางใจจากเธอจนถึงขีดสุด
เขาต้องการให้เธอเห็นว่าเขาสามารถควบคุมตนเองได้ในทุกสถานการณ์ เซ็กส์ระหว่างเราแน่นอนว่าเขาต้องการเขาต้องได้และจะผูกมัดเธอไว้ในที่สุด
แต่เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเธอจะเป็นแม่ของวัตรดังนั้นหากมันจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ใช่คนที่ฝืนบังคับเอากับเธอ
“พี่คงไม่...”
จันทิมาหน้าซีดเผือดเธอลืมไปแล้วจริงๆ แค่เขาบอกว่าจะพาไปหาน้องอัน เธอก็รับเขาเข้าห้องมาแล้วหากเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เธอพูดไม่ได้ว่าไม่เต็มใจในเมื่อเธอเปิดประตูรับเขาเข้ามาด้วยตนเอง
“ไม่ว่าอย่างไรทีม่าไม่ควรไว้ใจพี่หรือผู้ชายคนไหนก็ตาม สำหรับพี่พี่เคยบอกแล้วว่าอยากได้แม่ของลูกและตอนนี้หัวใจของพี่มีทีม่าอยู่ในหัวใจแล้วพี่จึงพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองกับทีม่าเสมอ
แต่ผู้ชายมีหลายอารมณ์หนึ่งในนั้นคืออารมณ์ที่เรียกว่าหึงหวงแม้จะตั้งใจแน่วแน่ว่ารอได้จนกว่าทีม่าจะเป็นคนเปิดประตูหัวใจตอบรับ
แต่แรงหึงมันทำให้ผู้ชายเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นทีม่าต้องระวังตัวเองด้วยนะครับ”
“พี่สัญญากับตัวเองไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะไม่ฝืนบังคับเอากับทีม่าแต่หากทีม่าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนพี่ก็โอเคนะครับ”
วิทย์ยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะกับสีหน้าของจันทิมาที่แบะปากส่งมาให้เป็นเชิงว่าอย่าได้หวังไปเลย
แหม... ดูเธอมั่นใจเสียเหลือเกินนะสาวน้อย เธอคงไม่รู้ตัวว่าเขาซึมลึกอยู่ในใจเธอแล้วไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เปิดประตูรับเขาเข้าห้องมาง่ายๆ
เพียงแค่หลอกล่อนิดหน่อยแบบนี้
“ทำหน้าแบบนั้นจะรอพี่อาบน้ำให้หรือไง”
“บ้า! พี่วิทย์น่ะ”
จันทิมาตอบเสียงหนักส่งค้อนให้เสียวิทย์ต้องหัวเราะอีกครั้งก่อนเธอจะหมุนตัวกลับเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเอง
วันนี้เขาตั้งใจมาหาเธอเพราะหวงจัดทั้งๆ ที่วันนี้เขาต้องแวะไปหาหนึ่งธิดาแต่ว่าเขากลับมาหาจันทิมาก่อน
ใจมันร้อนรุ่มแบบแปลกๆ
รับรู้ว่ามีหมอหนุ่มมาจีบหนึ่งธิดาใจเขาร้อนวาบแทบลุกเป็นไฟและในทันใดที่รู้ว่ามีคนมาจีบจันทิมาเขาอยากอาละวาดนัก
แต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันดันเป็นเจษฎาวัฒน์ทำเอาเขาคิดหนัก
ใจหนึ่งเขาก็อยากจะดึงเธอออกมาให้ห่างจากเจษฎาวัฒน์เพราะความหวงในอกแต่อีกใจก็อยากจะปล่อยเอาไว้แบบนี้
เขารู้ว่าแม้ไม่ส่งเสริมอะไรเลยเจษฎาวัฒน์ก็จะตกหลุมรักจันทิมาได้อยู่ดี ที่น่ากลัวคือหัวใจของจันทิมา
เธอยังไม่ตอบรับเขาและเพราะอย่างนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้ที่เธอจะหันไปตอบรับเจษฎาวัฒน์แทน
“อ๊ายยย”
เสียงตึงตังในห้องน้ำทำเอาวิทย์ใจหายถลันกายไปเกาะประตูห้องน้ำระดมเคาะเรียกจันทิมาด้วยรู้ว่าเธอคงหกล้มเป็นแน่แล้ว
คนสวยซุ่มซ่ามด้วยหรือนี่? แต่ก็อาจเป็นได้หากว่าจิตใจไม่อยู่กับตัวคอยแต่จะกังวลอยู่กับคนภายนอกห้องน้ำอย่างเขา
“ทีม่าเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ทีม่าล้มค่ะพี่วิทย์”
“รู้ตั้งนานแล้วแต่ที่ไม่รู้น่ะเจ็บแค่ไหน?”
“โอยยย”
“ทีม่า!”
เสียงโอดโอยนั่นทำเอาใจเขาสั่นไหวห่วงหาคนด้านในจนตนเองยังนึกแปลกใจกับความรู้สึกเช่นนี้
เขารีบตรงเข้าไปประคองเธอทันทีที่เธอเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“ข้อเท้าเคล็ดหรือครับ”
วิทย์ประคองเธอมานั่งลงที่ขอบเตียงอยากจะเงยหน้าถามว่าข้างไหนแต่เขารู้ว่ามันไม่จำเป็นเมื่อสองมือใหญ่กอบกุมข้อเท้าเล็กๆ
ไว้ข้างละมือและออกแรงบีบทีละข้างจนเธอร้องครางเมื่อเขาบีบจับข้อเท้าข้างขวาแสดงว่าเธอเคล็ดที่ข้างนี้เอง
“รอเดี๋ยวนะ” วิทย์ตรงเข้าหาตู้เย็นเปิดช่องทำความเย็นเพื่อหาก้อนน้ำแข็ง
“มีผ้าเล็กๆ หุ้มน้ำแข็งประคบมั้ยทีม่า”
“ในตู้เสื้อผ้าค่ะพี่วิทย์”
วิทย์เข้าไปหยิบผ้าตามที่เธอชี้นำก่อนจะห่อน้ำแข็งก้อนเล็กๆ
เหล่านั้นกลับมาประคบข้อเท้าให้เธออย่างเบามือ เขานั่งลงกับพื้นห้องยกเท้าเธอวางบนหน้าตักประคบไว้นิ่งๆ
เงยหน้ามองแล้วก็ได้เห็นว่าเธออายจนหน้าแดงไปหมดแล้วแต่เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นและไม่พูดถึงเพราะไม่อยากให้เธออายมากกว่านี้อีก
“พรุ่งนี้มีนัดกับหมอประยุทธ์ไม่ใช่หรือ แบบนี้จะไหวหรือเปล่าทีม่า?”
“ไม่ได้เจ็บมากหรอกค่ะทายาไว้คงจะหายทัน”
“ก็คงพอไหวถ้าคืนนี้ทีม่าจะไม่ใช้งานมัน คงไปหาน้องอันไม่ได้แล้วนะครับ
ทีม่าต้องพักห้ามเดินไปเดินมา”
วิทย์ก้มหน้าลงมองจับข้อเท้าเล็กๆ เขาคุ้นชินกับอาการบาดเจ็บเล็กน้อยพวกนี้ดี
จึงพอจะดูรู้ว่านี่มันเป็นอาการปกติและไม่เข้าขั้นรุนแรงอะไรนักแต่หากไม่พักและใช้งานมันหนักกว่าที่ควรจะเป็นมันจะอักเสบและปวดบวมไม่หายได้เช่นกัน
จันทิมาอึกอักกับความใกล้ชิดที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาชนิดที่เธอไม่ทันตั้งตัว
เธอก็รู้ดีว่าทุกอย่างที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยมกลโกงจากเขา เขาจริงใจและปฏิบัติต่อเธอด้วยความเป็นห่วง
ไม่มีแววตาเจ้าเล่ห์ ไม่มีรอยเสน่หาอยู่ในสายตา ทำให้เธอเกิดความอยากรู้ว่าทำไมและเพราะอะไรคนอย่างเขาถึงเลือกเธอ
ทั้งๆ ที่คนระดับเขาหาผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งรวยและสมบูรณ์พร้อมได้มากกว่าเธอหลายเท่า
ยิ่งเป็นคนสนิทของท่านราชาใครๆ ก็อยากเกี่ยวดองกับเขา
“พี่จะเสียเวลาเปล่า”
วิทย์เงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจเมื่ออยู่ๆ เธอก็เอ่ยพูดประโยคนี้ขึ้นมา คำว่า
‘เสียเวลาเปล่า’ ของเธอหมายความบอกเป็นนัยๆ ว่าเธอไม่รักเขาและจะไม่รักเขาอย่างนั้นใช่ไหม?
แต่เขากลับเชื่อว่าสักวันเธอจะต้องรักเขา
ผู้หญิงแพ้ลูกอ้อนและลูกตื๊อแค่อดทนทำดีกับเธอไว้ ผู้หญิงใจอ่อนและหวั่นไหวง่ายเสมอ
โดยเฉพาะกับคนหน้าตาดีที่เรียกว่ารูปหล่อและมีเสน่ห์ด้วยแล้ว ผู้หญิงทนความเย้ายวนจากการเอาอกเอาใจได้ไม่นานนักหรอก
เพราะคิดเช่นนี้แววตายามสบมองกับเธอจึงไหวระริกอย่างเห็นขัน
“มันไม่ขำนะคะทีม่าพูดจริง”
วิทย์หัวเราะน้อยๆ กับใบหน้าขึงขังของคนปึ่งงอนตรงหน้า เธองอนได้น่ารักน่าหยิกมาก
เธอเอ่ยเตือนเพราะเธอเป็นห่วงเขา แล้วเธอก็มาขึ้งโกรธเมื่อเขาไม่นำพากับคำเตือนของเธอ
เธอยังจะกล้าคิดอีกหรือว่าในอนาคตเธอจะไม่รักเขา ทั้งๆ
ที่ใจเธอเป็นห่วงเขาออกขนาดนี้แล้ว คนที่ไม่รักกันจริงๆ จะไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลย แต่วันนี้เธอกลับมีความรู้สึกห่วงใยมอบให้กับเขา
ใจรอนๆ อยากจะเปลี่ยนแผนการเสียเหลือเกิน เขาไม่อยากให้เธอไปเข้าไกล้นายเจษฎาวัฒน์นั่นอีกแล้ว
หวง... คือความรู้สึกจากเนื้อแท้ของหัวใจเขามันกำลังเปิดเปลือยความรู้สึกทั้งหมดกับผู้หญิงคนนี้
“พี่ไม่คิดว่านี่คือการลงทุน มันจะเสียเวลาหรือไม่เสียเวลาพี่ไม่เคยพิจารณา
พี่ทำเพราะพี่อยากทำ เราคุยกันแล้วนี่ครับว่าพี่ยินดีที่จะทำ ทีม่ามีสิทธิ์ที่จะคิดและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อชีวิตของทีม่า
พี่ยินดีกับทางที่ทีม่าเลือกในทุกๆ ทางครับ”
เขาไม่ได้อยากพูดอะไรที่น่าเลี่ยนแบบนี้หรอก นี่มันเป็นการพูดแบบเปิดทางให้เธอมีอิสระเต็มที่ในการเลือก
ชักนำให้เธอรู้ว่าวันหน้าหากเธอตัดสินใจเลือกผู้ชายคนใหม่ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างนายเจษฎาวัฒน์เขาจะไม่เสียใจ
มันใช่ที่ไหน?
หากจันทิมาเลือกเจษฎาวัฒน์จริงเขาจะเสียใจยิ่งกว่าตายเสียอีก แต่เพราะนั่นคือแผนการคือสิ่งที่เขาตั้งใจให้มันเกิดขึ้น
มันสมองของเขาจึงได้สั่งการให้เขาต้องพูดอะไรที่มันเลี่ยนได้ขนาดนี้ออกไป
“ไม่ต้องมาพระเอกมากก็ได้ทีม่าไม่ใช่นางเอกนะคะพี่วิทย์”
จันทิมาเบ้หน้านึกอยากจะร้องไห้ให้มันดังคับฟ้า เขาพูดแบบนี้เธอก็ยิ่งสงสารเขาน่ะสิ
แต่อารมณ์สงสารของเธอก็พังทลายลงเพราะเสียงหัวเราะดังๆ ของเขา ทำให้เธอค้อนขวับนึกเคืองขึ้นมากับอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ไม่น่าสงสารเอาเลยจริงๆ!
“พี่ไม่ใช่พระเอกหรอกแต่เป็นตัวโกงน่ะ ตัวโกงมักได้กอดนางเอกก่อนพระเอกเสมอๆ”
“มีแต่คนอยากเป็นพระเอก”
“ทีม่ายังไม่อยากเป็นนางเอกเลย”
“ก็คนอย่างทีม่าไม่ใช่นางเอกนี่ค่ะ”
“พี่ก็ไม่ใช่พระเอกเหมือนกัน สักวันทีม่าจะรู้ว่าพี่มันตัวโกงชัดๆ
ตัวโกงที่แอบอยู่ข้างๆ หัวใจของทีม่าตลอดเวลาไงครับ”
วิทย์ยิ้มกว้างกับอาการแบะปากให้ของเธออีกครั้ง แหม...
ถ้าอยู่ในโหมดธรรมดาสักนิดนะรับรองว่าเขาได้ลงโทษริมฝีปากสวยๆ
ที่กล้าบิดส่งมาให้เขาแบบนี้ตั้งนานแล้ว แต่เขาทำไม่ได้เขากำลังสวมบทผู้ชายแสนดีที่แอบแฝงอยู่ข้างใจของเธอ
เขาต้องยอมให้เจษฎาวัฒน์เล่นบทตัวจริงที่ช่วงชิงใจเธอไปก่อน
แต่แน่นอนว่าท้ายสุด... เขาชิงเธอคืนมาแน่ก็เธอเป็นแม่ของลูกเขานี่นะ ไม่งั้นวัตรก็ไม่ได้เกิดสิ!
“พี่วิทย์คะ... วันนี้มีผู้ชายคนหนึ่งเขาเข้ามาเหมือนจะจีบทีม่าด้วยค่ะ”
สุดท้ายจันทิมาก็ทนไม่ได้เลยเอ่ยปากบอกให้เขารับรู้ ทำให้วิทย์พึงพอใจมากต่อการยอมเปิดใจของเธอ
เพราะมันคือสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่าเธอจัดวางเขาอยู่ข้างใจเธอแล้วโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“พี่รู้ว่าจะมีผู้ชายเดินเข้ามาจีบทีม่าทุกวันนั่นแหละครับ”
วิทย์เบนสายตาขึ้นสบประสานกับจันทิมาเห็นแววตาเธอกำลังเปลี่ยนไปเป็นลำบากใจและอึดอัด
“ค่ะ แต่...”
“ทีม่าชอบเขาหรือเปล่าครับ?” เธอก้มหน้าหลุบสายตาลงจับจ้องสองมือตนเองบนตัก
“ถ้าเขาเป็นคนดีพี่ก็ยินดีด้วยหากทีม่าจะเลือกเขาแทนพี่” พระเอกเสียจนเขาอยากอาเจียนให้กับทุกคำพูดที่กลั่นออกมาจากสมอง
เขาจำต้องสวมบทบาทไปตามแผนการที่ได้วางไว้
“เราเพิ่งเจอหน้ากันพี่วิทย์จะให้ข้ามขั้นไปเลือกกันแล้วหรือคะ?”
วิทย์หางคิ้วกระตุกกับคำถามกวนอารมณ์ที่จันทิมาแกล้งยอกย้อนกลับคืนมา
เขาก้มหน้าหลบสายตาของเธอ
เพราะตอนนี้สายตาของเขาคงปิดบังอารมณ์อยากตีก้นลงโทษเธอที่กล้ายอกย้อนเขาไม่ได้ หรือเธอรู้สึกได้ว่าเขาจงใจผลักใสให้เธอเลือกผู้ชายคนใหม่
ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกัน
เขาพลาด?
เพราะความใจร้อนของตนเองแท้ๆ และที่แน่ๆ เขารู้ว่าจันทิมาฉลาด
เธอเริ่มสงสัยแล้วเขาต้องรีบคิดและกันตัวเองออกจากข้อสงสัยของจันทิมาให้ไวที่สุด
“พี่เพียงบอกว่า ‘ถ้า’ หมายถึงถ้าเท่านั้น”
“แต่ดูเหมือนพี่จะเต็มใจจน... น่าแปลกใจนะคะ”
“เพราะพี่รู้ว่าพี่สู้เขาไม่ได้”
“พี่พูดอย่างนี้... พี่รู้หรือคะว่าคนคนนั้นเป็นใคร?”
“รู้... เขาไม่ได้แค่รวยแต่เป็นคนที่ดีพร้อมเชียวละ”
“รวยแล้วไง! พี่กำลังดูถูกทีม่าอยู่นะคะ”
จันทิมาดึงข้อเท้าหนีอย่างไม่พอใจแต่เขาไม่ยอมปล่อยยังคงยึดข้อเท้าของเธอเอาไว้และประคบเย็นให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่ขอโทษ พี่ไม่มีเจตนาอย่างนั้น เพียงแต่... พี่เทียบกับเขาไม่ได้จริงๆ”
“หากใช้ฐานะทางการเงินมาเทียบกันว่าใครดีกว่าใคร
ทีม่าก็คงเทียบกับใครไม่ได้เช่นกัน
อย่างนั้นพี่วิทย์ก็คงต้องมองหาผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่าทีม่าแล้วค่ะ”
วิทย์เงยหน้าขึ้นสบสายตากับจันทิมา เธอกำลังบอกเขาเป็นนัยๆ ใช่ไหมว่าเธอก็เหมือนเขาที่ไม่เอาฐานะทางการเงินมาวัดว่าใครดีกว่าใคร
เขาเองยังมาเลือกคนไม่มีอะไรอย่างเธอได้แล้วเธอจะเลือกคนที่ด้อยกว่าเจษฎาวัฒน์บ้างไม่ได้หรือไร?
“ทีม่าเลือกคนที่ความดีค่ะพี่วิทย์
ซึ่งมันคงต้องใช้เวลาในการมองให้ลึกซึ้ง”
เขายิ้มให้เธอบางๆ อย่างพึงพอใจ เธอเป็นอย่างนี้เขาย่อมต้องดีใจแต่ก็หนักใจไปพร้อมๆ
กันเมื่อมองเห็นเค้ารางความยุ่งยากในแผนการของเขามากขึ้นกว่าเดิม
“นอนเถอะครับนะ... พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวโทรหาพี่พี่จะส่งเด็กมารับทีม่าไปหาหมอประยุทธ์เองนะครับ”
“ค่ะพี่วิทย์”
“ช่วงนี้พี่จะไม่อยู่หลายวันนะครับหากมีอะไรทีม่าโทรหาพี่นะ”
“พี่วิทย์จะไปไหนคะ?”
“มีงานต้องไปทำครับแต่พี่สั่งเด็กๆ ไว้แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องน้องอัน เพื่อนๆ
จะมาหาตามกำหนดการณ์เดิมนะครับเอาไว้กลับมาแล้วพี่จะมาหาทีม่านะ”
“ค่ะพี่... ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ”
“ทีม่าแหละที่ต้องดูแลตัวเองดีๆ ยิ่งอยู่คนเดียวด้วยพี่เป็นห่วงนะ”
วิทย์บอกลาก่อนหันมามองจันทิมาและยิ้มให้เธอ ปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้วเขาก็ยืนพิงหลังกับประตูอย่างไร้เรี่ยวแรง
นับจากนี้เขาจะมาหาจันทิมาไม่ได้อีก ช่วงนี้เขาต้องปล่อยเธอไว้คนเดียวหากเขาวนเวียนอยู่ข้างกายเธอรับรองได้ว่าเธอจะไม่กล้าเปิดใจรับเจษฎาวัฒน์
แผนการของเขาก็จะเสียหายได้
เขา... กำลังทำบ้าอะไรอยู่นี่?
ชอบนักหรือกับความเจ็บปวดยามหยิบยื่นจันทิมาให้กับเจษฎาวัฒน์ ไม่...
ไม่ชอบเลยความเจ็บปวดนี้เขาจะเรียกเก็บคืนจากเจษฎาวัฒน์... มันต้องได้รับความเจ็บปวดมากกว่าเขาแน่นอน!
จันทิมาตรวจสอบความเรียบร้อยของข้อมูลทุกอย่างที่จะนำเสนอในวันนี้ลงกระเป๋าเอกสารและตรวจเช็คตัวอย่างยาชุดใหม่อีกรอบ
เข้าพบคณะแพทย์ในวันนี้เธอต้องตั้งสติให้ดี ต้องคอยเอาใจในขณะเดียวกันยังต้องคอยระวังควบคุมตนเองไม่ให้เสียเปรียบกระทั่งเสียท่า
แม้มันจะยาก...
แต่เธอก็ต้องทำเพื่อค่ารักษาของน้องชายที่จะได้มาจากยอดขายในวันนี้
หากทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีเธอจะใช้เวลาช่วงที่เหลือกับน้องตามสัญญา จะแวะหาหนังสือเด็กไปฝากน้องสักสองสามเล่ม
เมื่อคิดถึงน้องจันทิมาก็เปิดยิ้มได้อย่างแสนสบายใจ น้องอัน ด.ช. อันดามัน
เป็นสิ่งเดียวในโลกที่ทำให้จันทิมาคนนี้ยังมีแรงใจจะสู้ต่อไปในสังคมที่โหดร้ายนี้
คนรักนั้นเธอเคยมี ครั้งแรกก็สมัยยังเรียนชั้นมัธยมปลายเราคบกันตามประสาของวัยรุ่นทั่วไปแต่ก็คบกันได้ไม่นานนักเมื่อเธอไม่ยอมให้ในสิ่งที่เขาอยากได้
เขาก็บอกลาไปหาแฟนใหม่ที่ให้เขาได้ถึงใจกว่าเธอ เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา เสียใจมั้ย?
ก็มีบ้างแต่ไม่ได้มากมายนักเพราะริรักตามสมัยนิยมมากกว่าจะรักมาจากหัวใจ มันเป็นแค่ความรักในวัยรุ่นทั่วๆ
ไปเหมือนที่ผู้ใหญ่เรียกกันว่า ‘รักของลูกหมา’
หลังๆ มาก็มีผู้ชายอีกหลายคนที่มาขอคบกับเธอ เธอก็ผูกสัมพันธ์ด้วยดีและมีอันต้องจากกันไปด้วยเหตุผลเดิมๆ
เธอเลยเบื่อที่จะเปิดใจคบหากับใครอีก เริ่มรู้แล้วว่าผู้หญิงในสายตาผู้ชายหมายถึงอาหารจานโปรดที่เขาจะเก็บไว้กินเองได้คนเดียว
หากเก็บไว้แล้วกินไม่ได้ผู้ชายก็พร้อมจะเขวี้ยงมันทิ้งและจากไปหาอาหารจานใหม่ที่พร้อมกินได้ในทันที
เธอไม่ได้ตั้งป้อมรังเกียจผู้ชาย เธอเพียงแต่ไม่ชอบสมาคมกับผู้ชาย
เธอรู้ว่ายังมีผู้ชายดีๆ หลงเหลืออยู่แม้พวกเขาเหล่านั้นจะมีปริมาณที่น้อยมากก็ตามที
เธออาจจะโชคร้ายที่ไม่พบเจอผู้ชายดีแต่เธอก็ยังโชคดีที่ไม่พบเจอผู้ชายร้ายๆ
“ทีม่าพูดค่ะพี่หมอตาลฉัตรคนสวย”
จันทิมารีบรับโทรศัพท์ทันทีที่มีสายเรียกเข้าจากหมอตาลฉัตร
[หวานแต่เช้าระวังมดจะหามออกจากห้องไม่รู้ตัวนะทีม่า]
หมอตาลฉัตรหัวเราะมาตามสายอย่างอารมณ์ดี [ยังไม่ออกจากห้องใช่มั้ยคะน้องทีม่าสุดสวย]
“กำลังจะออกไปอยู่แล้วค่ะพี่ตาล ทีม่าเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วออกเร็วหน่อยก็ดีเผื่อเวลาไว้เยอะๆ
ค่ะ”
[โอเค... ดีแล้วอย่าเพิ่งออกจากห้องนะ อีกสิบนาทีพี่เจษจะไปถึงพี่คุยกับพี่เจษแล้วพี่เค้าจะไปแถววิภาวดีอยู่เหมือนกัน
ทีม่าติดรถพี่เจษไปได้เลยค่ะ]
จันทิมาถึงกับนิ่งอึ้งอย่างคิดไม่ถึงเมื่อถูกสั่งให้รอเจษฎาวัฒน์
“เดี๋ยวค่ะพี่ตาล... ทีม่าไปเองดีกว่าค่ะไม่อยากรบกวนคุณเจษหรอกค่ะลำบากเขาเปล่าๆ”
[ไม่ลำบากหรอกค่ะพี่เจษยินดีมากกก อีกอย่างพี่นัดเลี้ยงขอบคุณที่พี่เจษช่วยส่งทีม่าเมื่อวานด้วย
ทีม่ามาพร้อมกับพี่เจษเลยนะคะ] หมอตาลฉัตรเปิดยิ้มฉายความเจ้าเล่ห์ผ่านทางแววตา
“พี่ตาลลลลทีม่าไม่...”
[ห้ามปฏิเสธ!
ทีม่าก็รู้ว่าขืนพี่นั่งทานมื้อเที่ยงกับพี่เจษสองคน
พี่เจษโดนพี่พราหมณ์จับนั่งยางแน่ๆ ที่พูดนี่พี่ไม่ได้ห่วงพี่เจษหรอกนะ พี่ห่วงพี่พราหมณ์ต่างหาก
ไม่อยากให้ว่าที่สามีต้องติดคุกข้อหาฆ่าเพราะหึงหวง พี่ไม่อยากไปเยี่ยมพี่พราหมณ์ในคุกค่ะ]
หมอตาลฉัตรรีบพูดตัดบทก่อนที่จันทิมาจะทันปฏิเสธ เธอหมายมั่นปั้นมือจับคู่นี้มาชนกันรับรองว่าต้องไม่พลาด
เธอแค่แกล้งเอ่ยลอยๆ รำพึงว่าน่าสงสารจันทิมาไม่มีรถใช้งานเท่านั้น รุ่นพี่ของเธอก็โดดตะครุบโอกาสทันทีรับปากเสียดิบดีจะรีบไปรับและพาไปส่งให้จนถึงโรงพยาบาลที่จันทิมาต้องนำเสนองาน
แถมสัญญาจะรับกลับมาทานอาหารเที่ยงด้วยกันอีก
ท่าทางงานนี้รุ่นพี่ของเธอจะเข้าใจแถมให้ความร่วมมือด้วยดีจนน่าเหลือเชื่อดีจนหมอตาลชักจะเบื่อ
ง่ายไปหรือเปล่า? แต่ก็น่าลุ้นตรงที่จันทิมานี่แหละท่าทางคุณเธอไม่เอาด้วยแน่นอนปฏิเสธตลอดทุกรายการทีเดียว
“โธ่... พี่ตาลลล” จันทิมาเสียงอ่อยห่อไหล่สิ้นหวังเมื่อเธอไม่สามารถปฏิเสธคำขอของหมอตาลฉัตรได้
“ก็ได้ค่ะ ทีม่าจะรอ แต่ถ้ามาช้าทีม่าไม่รอนะทีม่าไม่อยากเสียงาน”
[ไม่ช้าค่ะไม่เกินสิบนาทีแน่นอน ไว้เจอกันเที่ยงนี้นะคะ บายค่ะ]
จันทิมากดตัดสายไปถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย เธอคงต้องทำความเข้าใจกับเจษฎาวัฒน์เรื่องพี่พราหมณ์ให้ชัดเจน
ให้เขาได้รู้ว่าหมอตาลฉัตรน่ะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วแถมแฟนเธอคนนี้ยังหึงสะบัดหมัดหนักยิ่งกว่าโดนช้างเหยียบ
(ตามคำบอกเล่าของพี่วิทย์)
หากสุดท้ายแล้วเขาคิดจะสานสัมพันธ์กับหมอตาลฉัตร เธอคงได้แต่ปล่อยเขาไป อย่างไรเขาก็เป็นพี่ชายคนหนึ่งแม้จะเพิ่งรับสัมพันธไมตรีกันมา
เธอไม่อยากไปนั่งพนมมือฟังพระสวดหน้าศพเขาหรอกนะ
จันทิมาเริ่มจับเวลา เธอเดินออกไปยังระเบียงหลังห้องชื่นชมไม้กระถางต้นเล็กที่ปลูกเอาไว้
ความจริงเธออยากปลูกต้นโกศล เธอชอบสีสันของใบโกศลและรูปใบที่ใหญ่หนาแข็งแรง
แม้ระเบียงหลังห้องจะมีพื้นที่พอสำหรับโกศลมากกว่าหนึ่งกระถาง
แต่หากเธอปลูกมันมากเกินไประเบียงหลังห้องก็จะไม่มีพื้นที่เหลือตากเสื้อผ้าได้อีก
พื้นที่ใช้สอยมันจำกัดมากเธอเลยต้องเลือกเอาพื้นที่ไว้ตากเสื้อผ้าและปลูกโกศลเพียงกระถางเดียว
เสียงเรียกเข้ามือถือทำให้จันทิมาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาข้อมือเรือนเล็ก เธอได้แต่ถอนใจนี่ละนะชีวิตของคนเรา
ยามอยู่กับสิ่งที่ชื่นชอบเวลามันมักจะไหลผ่านไปเร็วเสมอ
เธอเพิ่งจะก้มหน้าชื่นชมกับต้นไม้กระถางเวลาก็ล่วงผ่านไปเกือบสิบนาทีเสียแล้ว
“ค่ะพี่เจษ”
[เสียงไม่สดใสเลยพี่รบกวนทีม่าหรือเปล่าครับ] เจษฏาวัฒน์เอ่ยทักทายเสียงใสติดล้อเลียนนิดๆ
อย่างอารมณ์ดี
“พี่เจษอยู่ไหนแล้วคะตอนนี้”
[ข้างล่างครับทีม่าจะลงมาเลยหรือให้พี่รอก่อนครับ]
“เดี๋ยวทีม่าลงไปค่ะ”
[ครับ งั้นพี่รอข้างล่างนะ]
เจษฎาวัฒน์อมยิ้มเก็บโทรศัพท์ก่อนรอรับจันทิมาอยู่แถวๆ ล็อบบี้ เขากวาดตาดูสภาพโดยรอบที่พักของเธอแล้วพบว่าพอใช้ได้
ความจริงวันนี้เป็นเขาเองที่รีบโทรหาตาลฉัตรแต่เช้าแต่เธอไม่ได้รับคงกำลังอาบน้ำอยู่
เธอโทรกลับหลังจากนั้นเกือบหนึ่งชั่วโมงขอโทษขอโพยว่าเพิ่งเห็นสายเรียกเข้าเมื่อถึงที่ทำงานแล้ว
เกือบทำเขาพลาดรับสาวเสียแล้วสิ!
รู้อยู่เต็มอกว่าวันนี้จันทิมามีแผนจะไปแถวๆ
วิภาวดีเขาเลยแสร้งทำตัวเป็นมีธุระแถวๆ
ที่พักของน้องสาววันเดียวอย่างจันทิมาเสียเลย ทั้งยังแกล้งบอกตาลฉัตรไปอีกว่าจะเข้าไปแถวๆ
วิภาวดีปูทางให้สุดฤทธิ์สุดเดชขนาดนี้ถ้าตาลฉัตรยังไม่เอ่ยปากฝากจันทิมาให้กับเขาอีกล่ะก็พ่อจะขอตรงๆ
ละนะ...
ตาลฉัตรหัวเราะตอบกลับมาแบบรู้ทันความคิดของเขา ยังเสนอเรื่องอาหารกลางวันหากเขาเต็มใจเลี้ยงเธอกับจันทิมาสักมื้อ
แน่นอนเขารีบตะครุบโอกาสไว้ทันที
“พี่เจษคะ” เสียงเรียกของจันทิมาทำให้เจษฎาวัฒน์รีบเปิดยิ้มหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ
“ครับ” รอยยิ้มของจันทิมาเป็นรางวัลตอบแทนที่แสนคุ้มค่าที่สุด
“ไปกันเถอะค่ะเดี๋ยวพี่เจษจะเสียงานเปล่าๆ
อุตส่าห์แวะมารับทีม่าด้วยเกรงใจจริงๆ ค่ะ”
“มาครับพี่ช่วยถือ” จันทิมายอมส่งเอกสารบางส่วนให้เจษฎาวัฒน์ช่วยเมื่อเล็งเห็นแล้วว่าคงยืดเยื้อแน่หากเธอดึงดันไม่ยอม
“พี่ตาลบอกว่าพี่เจษมีธุระแถวนี้เหรอคะ”
“เอ่อ... ครับก็ค่อนข้างสำคัญมากๆ
ต้องรีบตื่นมาดักรอพบเขาให้ได้ก่อนที่เขาจะออกไปข้างนอกเสียก่อน”
เจษฎาวัฒน์เอ่ยยิ้มๆ เมื่อจันทิมาเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย เธอคงคิดไม่ถึงหรอกว่าคนอย่างนายเจษฎาวัฒน์จะสามารถตื่นแต่เช้ามืดเพียงเพื่อดักรอพบหน้าสาวที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่เอาเลยสักเพียงนิดว่าเขาสนใจเธออยู่
แค่เข้าใจไปเองว่าเขาเข้ามาคบหาอย่างพี่ชาย ถึงวันนี้ยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไรอีกไม่นานเธอคงได้รู้แววตาเธอออกจะฉลาดล้ำ
“พี่เจษไม่มีทีมงานหรือคะถึงต้องลงมือมาดักรอด้วยตัวเองแบบนี้”
“ภารกิจบางประการต้องลงมือทำเองเท่านั้นครับ”
โดยเฉพาะจีบสาวต่อให้มีทีมงานมืออาชีพก็ไม่ควรพึ่งพาประเดี๋ยวจะเข้าทำนองพ่อสื่อพ่อชักมักได้พ่อสื่อ
“เขาคงสำคัญมากนะคะพี่”
“ครับ อาจได้เป็นหุ้นส่วนใหญ่ที่พี่ต้องเกรงใจมากๆ ถ้าทำสำเร็จ” เจษฎาวัฒน์ยิ้มจนตาหยีเมื่อตอบประโยคนี้ของจันทิมา
“งั้นทีม่าเอาใจช่วยนะคะแล้ววันนี้ดักพบสำเร็จมั้ยคะ?”
จันทิมารับเอกสารคืนมาเมื่อนั่งประจำที่ข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว
“แน่นอนครับแต่ก็เกือบพลาดไปเหมือนกัน”
เจษฎาวัฒน์อ้อมกลับมาประจำที่คนขับที่ใครต่อใครละแวกนั้นพากันมองอย่างสนใจ เมื่อเห็นความหรูหราของยานพาหนะที่ไม่เข้ากันเลยกับอพาร์ทเม้นต์ให้เช่าราคาถูก
“อยากให้ทีม่าช่วยอะไร ก็บอกได้นะคะพี่เจษ”
“ครับ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรรบกวนทีม่าแต่ว่าในอนาคตพี่อาจต้องขอคำปรึกษาในหลายๆ
เรื่อง”
“ยินดีค่ะ”
“ทีม่าจะไปที่ไหนครับเดี๋ยวพี่ไปส่งทีม่าก่อนแล้วค่อยกลับมารับทีม่าอีกที น้องตาลคงบอกทีม่าแล้วว่าเที่ยงนี้เราจะทานข้าวร่วมกัน”
“ทีม่าจะไปโรงพยาบาล...” จันทิมาเอ่ยนามโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง “มีนัดพรีเซนต์ยาตัวใหม่พร้อมเก็บยอดขายค่ะ”
“ขอให้ผ่านโดยสะดวกได้ยอดขายตามเป้าหมายนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
จันทิมาหันมายิ้มให้ เจษฎาวัฒน์เลยยิ้มตอบอย่างภาคภูมิใจ เขารู้สึกเหมือนเริ่มกลับไปเป็นวัยรุ่นริรัก
รอยยิ้มเดียวของเธอแลกกับการกระทำตั้งมากตั้งมายแต่เขากลับมองว่าช่างคุ้มค่าที่ได้กระทำ
“พี่เจษคะ... เอ่อ ทีม่ามีเรื่องจะบอกพี่นิดหนึ่ง คือ...
มันก็ค่อนข้างไม่เหมาะสมนักหรอกนะคะ แต่ทีม่าคิดๆ
ดูแล้วพี่น่าจะรู้ไว้มันคงจะดีกว่าไม่รู้นะคะ เอิ่ม...” จันทิมาหายใจเข้าปอดแรงๆ
อย่างตัดสินใจ ไม่เหมาะเท่าไหร่เธอรู้ดีแต่จะยิ่งไม่เหมาะหนักเข้าไปใหญ่ถ้าปล่อยให้พี่ชายคนนี้ได้รู้พร้อมๆ
กับหมัดจากแฟนพี่หมอตาลฉัตร
“ครับ” ฝ่ายเจษฎาวัฒน์เองถึงกับใจแป้วเมื่อเห็นท่าทางอึกอักจันทิมา
อย่าบอกนะว่าเธอรู้ทันความคิดของเขาและกำลังจะบอกปฏิเสธเขาอยู่ คงเศร้าแน่ๆ
เขาน่ะรู้ตัวเองดีว่าชอบเธอมากๆ แล้วแม้จะยังไม่ถึงขั้นรักก็ตามที
“คือ... พี่พราหมณ์น่ะค่ะ เขา...”
จันทิมาเริ่มต้นเรื่องที่อยากจะบอกแต่แล้วเธอก็หยุดไปนิดหนึ่งเมื่อรู้สึกว่าการเริ่มต้นกับบุคคลที่สามที่เจษฎาวัฒน์ไม่รู้จักไม่น่าจะใช่การเริ่มต้นที่ดี
ควรเริ่มต้นจากคนที่เขารู้จักไปก่อนจะดีกว่า
“ทีม่าครับ เอาไว้คุยกันหลังทีม่าพรีเซนต์งานเสร็จก่อนดีกว่ามั้ย เผื่อเรื่องนี้ต้องคุยกันยาวมันจะค้างคาใจกันไปเปล่าๆ
นะครับ”
เจษฎาวัฒน์รีบหาทางตัดความคิดของหญิงสาวเบี่ยงออกไปทางอื่นด้วยเหตุผลง่ายๆ
ที่เธอฟังแล้วก็พยักหน้ายอมรับอยู่ในที อย่างน้อยเขาก็ได้รู้แล้วว่าเธอจะคุยกับเขาเรื่องอะไร...
พี่พราหมณ์อย่างนั้นหรือ? เขาไม่สนใจคงจะไม่ได้เสียแล้ว เพราะชื่อนี้จันทิมาถึงยอมให้เขาส่งกลับที่พัก
อาจจะเป็นเพราะชื่อนี้อีกก็ได้ที่ทำให้เธอยอมนั่งรถเขาอยู่ในตอนนี้
เขาอยากซื้อเวลาอยากกลับไปหาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อพราหมณ์คนนี้มาก่อนที่จะพูดคุยกับจันทิมาอีกครั้งหนึ่ง
คนที่จะตอบเขาได้มีเพียงคนเดียว... หมอตาลฉัตร
“เอ่อ... ทีม่าเป็นตัวแทนยามานานหรือยังครับ”
“สองปีแล้วค่ะ หลังเรียนจบทีม่าก็ทำงานสำนักงานมาระยะหนึ่งก่อนจะผันตัวเองมาเป็นผู้แทนยา”
“งานสำนักงานไม่มั่นคงพอหรือครับ”
เจษฎาวัฒน์เอียงหน้ามาถามนิดหนึ่งอย่างยั่วเย้าเมื่อเขาเล่นยิงคำถามตรงๆ
จนจันทิมาต้องหัวเราะ “หรือว่าเงินเดือนที่ได้ไม่พอจ่ายค่าเครื่องสำอาง”
“แหม... พี่เจษทีม่าไม่ได้ใช้เครื่องสำอางกระปุกละแสนนะคะ แค่ครีมกันแดดธรรมดาๆ
ทีม่าก็เลือกแล้วเลือกอีกไม่ได้กลัวแพ้แต่กลัวแพงค่ะ อิอิ”
“อ้าว... งั้นลาออกเสียทำไมล่ะครับหรือชอบงานอิสระแบบนี้มากกว่า”
เขาเริ่มตั้งคำถามเจาะลึกลงไปแบบง่ายๆ
ระวังไม่ให้ดูเหมือนจงใจใคร่รู้เรื่องของเธอนักแม้ความจริงเขาอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอก็ตามที
“ไม่หรอกค่ะทีม่าชอบงานสำนักงานนะแม้เงินเดือนไม่เยอะเหมือนตัวแทนยา แต่งานสำนักงานมันมีเสน่ห์ตรงเรื่องความแน่นอนของเวลา
เลิกงานเราก็มีอิสระมีเวลาให้กับคนที่เรารักได้มากเท่าที่เขาต้องการ”
จันทิมาเว้นวรรคนิดหนึ่งดวงตาเธอเลื่อนลอยเมื่อคิดถึงน้องชาย หากเธอทำงานสำนักงานเธอจะสามารถไปหาน้องได้ทุกเย็นนอนเฝ้าน้องได้ทุกคืนและตื่นมาจูบลาน้องก่อนไปทำงานได้ทุกเช้า
แต่เธอเป็นตัวแทนยาเวลาคือความไม่แน่นอนทำให้หลายครั้งเธอไปเยี่ยมน้องช่วงสาย ก่อนวิ่งรถตะกายพาตัวเองไปติดต่องานกับโรงพยาบาลในเขตพื้นที่รับผิดชอบบ้างใกล้บ้างไกล
หลายครั้งที่เธอเข้าไปหาน้องชายไม่ได้เมื่อเธอติดอยู่ต่างจังหวัด บางครั้งแม้จะเป็นวันหยุดอย่างวันเสาร์อาทิตย์เธออาจต้องไปสัมมนากับลูกค้า
การเป็นตัวแทนยารายได้ดีแต่เวลาที่เสียไปก็ไม่น้อยเช่นกัน
‘มีเวลาให้กับคนที่เรารักได้มากเท่าที่เขาต้องการ’
ฟังเธอพูดแล้วเจษฎาวัฒน์ใจเหี่ยวหดหายไปทั้งดวง นั่นสินะ...
เขามั่นใจได้อย่างไรกันว่าสาวจันทิมาคนสวยยังไม่มีใครในหัวใจ เธอบอกเองว่าเพิ่งเจอกับตาลฉัตรเมื่อไม่นานมานี้เพราะฉะนั้นท่าทางหยอกล้อของหมอตาลฉัตรก็ไม่น่าจะเอามาเป็นบรรทัดฐานอะไรได้
มิน่าเล่าเธอถึงไม่อยากเข้าใกล้เขานัก... เธอคงมีคนรักอยู่แล้ว
“รู้อย่างนั้นแล้วทำไมไม่เลือกงานสำนักงานอย่างที่ใจต้องการล่ะครับ”
เจษฎาวัฒน์รู้สึกขมปร่าไปทั้งลำคอได้แต่พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและนุ่มนวลเป็นปกติ
ไม่เหลือร่องรอยของความครื้นเครงหลงเหลือในน้ำเสียงอีก ความรู้สึกใจหายโหวงเหวงกำลังกัดกินหัวใจของเขา
นี่เขา... ไม่ได้แค่ชอบจันทิมาแบบธรรมดาๆ แต่เขาถลำลึกลงไปมากอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาพบเธอแค่ครั้งเดียวกลับมอบความรู้สึกให้เธอไปมากมาย เขาเผลอปล่อยหัวใจให้รักเธอโดยไม่รู้ตัว
“ทีม่าไม่มีทางเลือกค่ะพี่เจษ ถ้าทีม่าไม่มีเงินทีม่าก็ต้องเสียเค้าไป”
จันทิมาตอบกลับเสียงเบาเธอเหม่อมองออกไปนอกรถหัวใจคิดถึงแต่น้องอันป่านนี้น้องจะทานอาหารเช้าหรือยังนะ
“ทีม่า!” เจษฎาวัฒน์เกร็งมือจับพวงมาลัยรถไว้แน่นเมื่อรู้สึกได้ว่ามันเริ่มจะสั่น
ผู้ชายประเภทไหนกันที่จะทิ้งผู้หญิงไปหากเธอไม่มีเงินให้... ไอ้บ้านั่นเป็นใครกัน?
“แต่ถึงมีเงินจนล้นฟ้าทีม่าก็ไม่มีทางรักษาเค้าเอาไว้ได้ ถึงเวลาต้องไปเขาก็จะไปไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจฉุดรั้งเขาเอาไว้ได้ค่ะ”
จันทิมาเบือนหน้ากลับมามองเจษฎาวัฒน์เศร้าๆ
ในแววตาของเธอไม่แสดงออกถึงความทุกข์ระทมคล้ายกับทำใจเผื่อเวลานั้นไว้แล้ว
“ทีม่า... พูดเหมือนรู้ว่าเค้าต้องไปแน่ๆ
รู้อย่างนี้แล้วทำไมยังต้องทุ่มเทให้อีก”
“เพราะน้องอันมีแต่ทีม่าและทีม่าก็มีแต่น้องอัน เรามีกันแค่สองคนค่ะพี่เจษ”
จันทิมาส่งยิ้มเศร้าสร้อยก่อนจะหันไปมองถนนเบื้องหน้าอีกครั้งหนึ่ง
“เขาเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทีม่ามีในโลกนี้ สักวัน...
ไม่มีน้องอันแล้วทีม่าก็ไม่เหลือใครอีก ไม่รู้เหมือนกันว่ายังจะเหลืออะไรให้ทีม่าได้ยึดเหนี่ยวใจ
ถ้าเราได้ไปด้วยกันก็คงจะดี”
“ไปด้วยกัน... หมายความว่าไง?”
ยิ่งฟังเจษฎาวัฒน์รู้สึกว่าเรื่องราวมันชักจะแปร่งขึ้นเรื่อยๆ
มันคาใจให้สงสัยและใคร่รู้เสียเหลือเกิน ‘น้องอัน’ อย่างนั้นหรือ? เรียกแฟนว่า ‘น้อง’ ถ้าเธอยี่สิบห้าแล้วแฟนเธอล่ะ? ยังเรียนอยู่หรือไรถึงต้องการเงินมากมาย
โดนเด็กหลอกเสียแล้วกระมังจันทิมา?
“ไป... ตายด้วยกันไงคะพี่เจษ”
“ทีม่า!”
เจษฎาวัฒน์หักพวงมาลัยนำรถเข้าจอดริมถนน หัวใจเขาอยากจะหยุดเต้นขึ้นมาเสียเฉยๆ
บ้าที่สุดเลยเด็กสาวแค่ยี่สิบห้ากล้าพูดหน้าตาเฉยได้ยังไงว่าอยากตายพร้อมแฟน
เธอได้ตัดสินใจแล้วใช่ไหมหากแฟนเธอทิ้งเธอไปเธอเลือกที่จะตายพร้อมเขา!
“คิดอะไรแบบนี้กันชีวิตไม่ใช่ของเล่นๆ
นะครับเราไม่ได้เกิดมาเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ใช่ดอกเห็ดที่แค่ฝนตกใส่ก็งอกเอางอกเอาน่ะ
ถึงเราจะเลือกตายเองได้ก็ต้องคิดถึงคนที่ทำให้เราเกิดมาสิครับว่าเค้าจะเสียใจแค่ไหนหากเราตายไปน่ะ”
เจษฎาวัฒน์ร่ายยาวอบรมสาวสวยตรงหน้าด้วยสายตาขึ้งเครียด ชีวิตเป็นสิ่งมีค่าไม่ใช่ว่าจะทำลายทิ้งได้ง่ายๆ
เพียงเพราะว่ามันเป็นของเรา ชีวิตเราไม่ได้เป็นของเราเพียงคนเดียวแต่ชีวิตเราเป็นของพ่อกับแม่คนละครึ่ง
เพราะท่านทั้งสองเราถึงมีชีวิตบนโลกใบนี้ พอพบเจอความผิดหวังเราก็ดับชีวิตตัวเองโดยมองไม่เห็นคนเป็นพ่อเป็นแม่เป็นสิ่งผิดมหันต์
หากเราเป็นอะไรไปคนที่เสียใจที่สุดคือพ่อกับแม่
“พ่อกับแม่คงดีใจที่จะได้พบทีม่า”
จันทิมาเปิดยิ้มดวงตาสดใสขึ้นเมื่อเอ่ยถึงพ่อกับแม่จนเจษฎาวัฒน์ต้องเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างสงสัย
พ่อกับแม่เธอ... ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
“พ่อกับแม่ทีม่าไม่อยู่แล้วทีม่าบอกพี่แล้วว่าทีม่ามีแต่น้องอัน ทีม่าไม่เหลือใครอีกแล้วค่ะพี่เจษ”
“พี่เสียใจด้วยครับ พวกท่านเอ่อ... เสียไปนานหรือยัง”
“สองปีก่อนค่ะ
ตอนนั้นทีม่าไม่อยู่เกิดไฟไหม้บ้านทุกอย่างหายไปพร้อมกับเปลวไฟเหลือแต่น้องอันคนเดียว
ตอนนี้น้องอันก็กำลังแย่หมอบอกว่าปอดน้องทำงานได้แย่ลงเรื่อยๆ แล้ว น้องต้องพึ่งหมอกับพยาบาลตลอดเวลา
ทีม่าต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาต่อชีวิตให้น้องให้นานที่สุดค่ะ ทีม่าไม่อยากเสียน้องไปอีกคนแต่ทีม่าก็รู้ว่าต้องมีสักวันที่น้องจะจากทีม่าไป
ทีม่าเพียงแค่หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเร็ววันนี้เท่านั้นค่ะ”
แววตาของจันทิมาเศร้าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาแม้ว่ามันจะไม่มีน้ำตาขังคลอแต่เขาก็รู้ว่าการไม่มีน้ำตาไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ได้เศร้า
ตรงกันข้ามเขารู้ว่าแววตาแบบนี้ไม่มีน้ำตาขังคลอเพราะเธอร้องไห้มาจนน้ำตามันไม่มีจะไหลแล้วต่างหาก
“น้อง... อัน”
“ค่ะ น้องอัน ด.ช. อันดามัน
น้องชายทีม่าเองตอนนั้นเค้าแค่สิบขวบต้องตกอยู่กลางกองไฟไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่น้องอันรอดมาได้
รอดมาก็มีชีวิตอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมของโรงพยาบาลทีม่าไม่มีเงินพอที่จะพาน้องไปไหนๆ
ได้เลยทีม่าสงสารน้องค่ะ”
“น้องชาย...”
แล้วหัวใจเขาก็หยุดเต้นเอาเสียดื้อๆ ก่อนจะเต้นใหม่รัวเร็วกว่าเดิม น้องชาย...
น้องชาย... ไม่ใช่แฟนไม่ใช่ โอยยยยย น้องชาย...
“พี่... ให้พี่ช่วยอะไรได้บ้างครับทีม่า”
“คะ? เออะ... ”
จันทิมาเหมือนเพิ่งตื่นจากห้วงความนึกคิดของตนเอง เธอเหมือนเพิ่งกลับมามีสติสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
เธอหลบสายตาเขาวูบไม่กล้ามองหน้าเขาอีกเลย เขารู้สึกได้ว่าเธอกำลังอาย...
แต่ทำไมต้องอายด้วย? เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดมันน่าอายตรงไหน?
“ทีม่าไม่ได้ขอเงินพี่นะคะ ขอโทษค่ะถ้าทำให้พี่รู้สึกอย่างนั้น”
ริมฝีปากบางสวยเม้มเข้าหากันสองคิ้วขมวดมุ่น จันทิมานึกตำหนิตนเองที่เผลอตัวบอกเล่าเรื่องราวออกไปทั้งที่เธอไม่เคยเอ่ยปากบอกเรื่องนี้กับใคร
“ทีม่ากำลังเข้าใจผิดนะครับ พี่ไม่ได้...”
“ไปต่อเถอะค่ะทีม่าอยากไปให้ถึงก่อนเวลานัดหมาย”
เจษฎาวัฒน์จำใจนำรถเคลื่อนต่อไปเขาขมวดคิ้วเข้าหากันเริ่มคิดทบทวนช้าๆ
เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? การเสนอความช่วยเหลือให้เธอเป็นสิ่งต้องห้ามหรือ?
เพราะอะไร? ในเมื่อเขาสามารถช่วยได้ เงินจากเขาแม้ไม่อาจทำให้น้องชายเธอหายขาดและกลับมามีชีวิตที่ปกติสุขได้
แต่มันสามารถเนรมิตให้น้องชายเธอไม่ต้องนอนอยู่เพียงแต่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กแคบ ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของน้องชายเธอมีความสุขที่สุดก่อนจะจากโลกนี้ไป
เขาอยากให้... ในเมื่อเงินที่เขามีอยู่มากมายสามารถสร้างรอยยิ้มให้คนอื่นได้ย่อมดีกว่าให้มันนอนนิ่งอยู่ในขุมคลังของเขาแต่เพียงลำพังโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด
“พี่ขอโทษ หากว่าสิ่งที่พี่เสนอทำให้ทีม่ารู้สึกไม่ดี พี่ไม่มีเจตนาอื่นใดแค่ฟังเรื่องราวแล้วสงสาร
เด็กแค่สิบขวบต้องเจอกับอะไรที่มันร้ายๆ
แบบนั้นก็แย่พอแล้วนี่กลับต้องทนทุกข์เพราะบาดแผลที่ฝากเอาไว้ทำให้ไปไหนไม่ได้ ต้องทนอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ
พี่แค่อยากช่วยพี่แค่อยากให้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของน้องชายทีม่าได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุดก่อนจากโลกนี้ไป”
เจษฎาวัฒน์นิ่งเงียบขับรถไปเรื่อยๆ
แอบปรายตามองจันทิมาเห็นเธอก้มหน้านิ่งหัวคิ้วขมวดเข้าด้วยกันอย่างใช้ความคิด เขาไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรแต่ก็ยินดีจะปล่อยให้เธอคิดไปเรื่อยๆ
ให้เธอคิดให้ดีๆ ก่อนที่จะหันมาพูดกับเขา
“มีแต่คนเสนอเงินให้ เพื่อขอแลกกับตัวของทีม่า”
เจษฎาวัฒน์ค่อยเข้าใจจันทิมาโกรธเพราะคิดว่าเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเสนอเงินและความช่วยเหลือให้เพราะต้องการตัวเธอเช่นกัน
“แล้วพี่เจษล่ะต้องการอะไร?”
“พี่ไม่ต้องใช้เงินซื้อก็มีผู้หญิงสวยๆ มากมายวิ่งเข้าหาพี่อยู่แล้ว”
จันทิมาเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของเจษฎาวัฒน์ทันที นั่นสินะ... จริงด้วย
แม้ไม่ต้องเสนอและหลอกล่อด้วยเงินคนอย่างเจษฎาวัฒน์ทั้งหล่อคมเข้มบาดเร้าหัวใจออกปานนี้
ทั้งร่ำรวยถึงพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคารออกปานนี้ ไม่จำเป็นเลยที่ต้องหว่านเม็ดเงินเพื่อแลกซื้อผู้หญิง
เขากำลังตอกหน้าว่าเธอคิดเข้าข้างและประเมินค่าตนเองเลิศเลอไปแล้วใช่ไหม?
อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
“ค่ะ จริงด้วย คนอย่างพี่เจษคงมีแต่สาวๆ ที่วิ่งเข้าหาให้พี่เลือกมากมาย
ทีม่าคงไม่อยู่ในสายตาพี่หรอก ทีม่าขอโทษค่ะที่ทีม่าตีค่าตัวเองสูงมากไปหน่อยทั้งๆ
ที่เรามันคนละชั้นกัน เราต่างกันเหมือนฟ้ากับเหวอยู่แล้ว”
“ทีม่า!”
เจษฎาวัฒน์ร้องเรียกชื่อเธอออกมาอย่างตกใจ เขาไม่คิดว่าเธอจะแปลความหมายจากคำพูดเขาได้ไกลปานนั้น
โอ้ยตาย... ทำไมคะแนนของเขาติดลบกราวรูดแบบนั้นกันเล่า วันนี้ก้าวขาข้างไหนออกจากบ้าน? จะได้จดจำไว้และไม่ก้าวขาข้างนั้นออกจากบ้านก่อนอีกเลยตลอดชีวิตนี้
“พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้นเลยครับ ที่พูดไปก็แค่ไม่อยากให้ทีม่าเข้าใจว่าพี่ต้องการตัวทีม่าถึงได้เสนอให้ความช่วยเหลือเท่านั้นเอง”
“ค่ะ”
“โธ่... พี่ไม่ได้...” ตายแน่นอนแล้วคราวนี้ทำไมเขาถึงได้เลือกเอาคอตัวเองผูกเชือกเล่นบันจี้จั้มพ์ได้เล่า
ปกติคนอื่นเขาผูกเชือกที่ปลายเท้ากระโดดบันจี้จัมพ์กันไม่ใช่หรือ... บ้าที่สุดเลย!
“ส่งทีม่าที่หน้าตึกนี่ก็ได้ค่ะขอบคุณนะคะที่ให้อาศัยติดรถมาด้วย”
จันทิมากำลังเตรียมเก็บข้าวของลงจากรถเขา เธอเห็นเป้าหมายปลายทางอยู่เบื้องหน้า
สองคิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันอย่างกังวลใจ ทำอย่างไรดีหนอเธอไม่อยากไปทานอาหารมื้อกลางวันกับเขาและหมอตาลฉัตรอย่างที่ได้รับปากเอาไว้
แต่หากเธอปล่อยให้หมอตาลฉัตรอยู่เพียงลำพังกับเจษฎาวัฒน์เขาก็อาจเป็นอันตรายได้ เธอควรบอกเขาไปตรงๆ
แล้วปล่อยให้เขาตัดสินใจเอาเองจะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเขายังเลือกที่จะไปทานมื้อกลางวันกับหมอตาลฉัตรนั่นมันก็...
ถือว่าเขาเลือกเอง
“พี่เจษคะ”
“ทีม่าครับ” สองเสียงประสานขึ้นพร้อมเพรียงกันก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่ง
“คะ เอ่อ... ทีม่าอยากจะบอกว่าพี่หมอตาลน่ะค่ะ คือ... แฟนพี่เขาหวงมากนะคะแล้วก็เป็นพวกหึงโหดหมัดหนัก
กระทืบผู้ชายที่เข้ามายุ่งเกาะแกะพี่ตาลปางตายมาหลายรายแล้วด้วยค่ะ การที่พี่เจษจะคบหากับพี่ตาลทีม่าขอเตือนให้พี่ระวังๆ
ตัวหน่อยนะคะเพราะพี่พราหมณ์เขาเป็นตำรวจมีเส้นสายอยู่ทั่วฟ้าเมืองไทย อยู่ที่ไหนพี่เขาก็รู้หมดค่ะว่าพี่ตาลทำอะไรอยู่กับใครบ้าง
ทางที่ดีนัดทานข้าวกับพี่ตาลเที่ยงนี้พี่ชวนใครไปด้วยจะดีกว่าไปเองคนเดียวนะคะ ทีม่าเตือนพี่ได้แค่นี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ”
จันทิมาพนมมือไหว้ให้เจษฎาวัฒน์ก่อนก้าวลงจากรถคันหรูและเดินแกมวิ่งหนีไปให้ไวที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
ไม่สนใจกับเสียงเรียกส่งท้ายจากเจษฎาวัฒน์อีกเลย
ตายแล้ว... งานนี้ตายจริงๆ แล้ว จันทิมาเธอเล่นพูดแบบนี้แสดงให้เห็นว่าเที่ยงนี้เธอขอไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยอยากไปทานข้าวกับตาลฉัตรก็ให้เขาไปเองคนเดียว
แต่เอ๊ะ... เธอว่าไงนะ พี่พราหมณ์เป็นแฟนหมอตาลฉัตรนั้นหรือ?
งั้นก็หมายความว่าเธอไม่เกี่ยวยังว่างสิ เฮ้ๆ สรุปแบบนั้นไม่ได้นายเจษฎาวัฒน์
เจษฎาวัฒน์เลือกถอยรถเข้าลานจอดรถของทางโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่สนใจที่จะไปไหนต่อ
ตอนนี้เขามีหน้าที่แค่ดักรอน้องสาวคนสวยคนนี้คนเดียวขืนพลาดไม่ได้อธิบายให้เธอฟังในวันนี้ก็อย่าได้หวังว่าจะพบเจอหน้าเธอได้อีกเลย
ช่วงเวลาที่รอเขาก็โทรไปสั่งงานกับเลขาหากมีเรื่องด่วนอะไรให้นำส่งมาที่นี่เพราะเขาจะอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่
แล้วก็ต่อสายหาหมอตาลฉัตรอีกครั้งเขาอยากรู้เรื่องของจันทิมาให้มากกว่านี้จะได้ไม่พลาดท่าทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องตกดิ่งไปอยู่ก้นเหวได้อีกคำรบสอง
ข้อมูลมากมายหลั่งไหลออกมาจากปากหมอตาลฉัตรที่พูดไปก็หัวเราะเขาไปแถมมีลูกหยิกจิกให้เจ็บๆ
คันๆ ตามมาเป็นระยะๆ เธอหาว่าเขาคิดน้อยไปบ้างหละ พูดไม่รู้จักคิดบ้างหละ
เป็นตาแก่ไม่รู้เรื่องบ้างหละ
อย่างไรเขาก็ต้องทนต่อให้จิกมากกว่านี้เขาก็ทนได้เพื่อข้อมูลที่อยากรู้จนกว่าหมอตาลฉัตรจะหมดเรื่องเล่านั่นละ
“แล้วพี่ควรทำอย่างไรดีเนี่ย?”
[ก็... ถ้าถามตาลนะตาลว่าพี่ไม่ต้องมาทานเที่ยงกับตาลแล้ว พี่พาทีม่าไปหาน้องอันดีกว่า
ถึงทีม่าจะไม่พอใจพี่แค่ไหนหากอยู่กับน้องอันทีม่าก็ยอมญาติดีด้วยแน่นอนแล้วพี่จะได้หาโอกาสอธิบายได้ด้วยไงคะ
ขืนพี่พาทีม่าไปที่อื่นรับรองทีม่าหาทางหนีพี่อีกจนได้ค่ะ]
“โอ้... ขอบคุณมากครับน้องตาล”
เจษฎาวัฒน์เปิดยิ้มกว้างขึ้นทันตาเห็นเมื่อพบลู่ทางและเห็นจริงตามที่หมอตาลฉัตรชี้แนะ
“คิดมาได้ไงเนี่ยสุดยอดจริงๆ”
[เช้อ... ไม่งั้นตาลจะมีแฟนเป็นปลาไหลตัวพ่ออย่างพี่พราหมณ์ได้เรอะ บายค่ะพี่เจษ]
หมอตาลฉัตรหัวเราะส่งท้ายก่อนตัดสายไปทำเอาเจษฎาวัฒน์เลิกคิ้วส่ายหน้าอมยิ้มให้กับโทรศัพท์ราคาแพงในมือ
เขาออกเดินไปทางส่วนต้อนรับของโรงพยาบาลถามหาคุณหมอประยุทธ์คนที่จันทิมาต้องมาติดต่อเรื่องตัวยาด้วยในวันนี้
หมอตาลฉัตรให้ข้อมูลไว้ว่าหมอประยุทธ์คนนี้ก็เป็นหนึ่งในหมอขี้หลีที่คอยจ้องจะงาบจันทิมา
อย่าได้วางใจนักเขาจึงต้องตามไปดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย หนอย...
มีลูกมีเมียแล้วยังคิดมาชีกอกับคนสวยของเขาได้อีกนะหมอประยุทธ์
กระทั่งเดินมาจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวาเจษฎาวัฒน์ก็ได้พบกับห้องทำงานของหมอประยุทธ์
เขาเลยยืนรีๆ รอๆ อยู่หน้าประตูที่มีช่องกระจกใสขนาดใหญ่มากพอที่จะแอบมองความเป็นไปภายในห้องได้
ห้องทำงานของหมอประยุทธ์ถูกจัดให้เป็นส่วนประชุมย่อยมีหมอหลายคนกำลังรับฟังข้อมูลยาจากจันทิมา
หมอประยุทธ์เป็นชายเลยวัยกลางคนร่างท้วมนิดๆ
นั่งเอกเขนกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลังโต๊ะทำงานสองตาของเขาจ้องมองแต่จันทิมาส่งสายตาหวานเชื่อมตลอดเวลา
“เฒ่าหัวงูเอ้ยยย”
เจษฎาวัฒน์ไม่ชอบหน้าหมอประยุทธ์เขาได้แต่ยืนแอบอยู่ข้างๆ
ประตูห้องคอยเหล่มองเป็นระยะ จนผ่านไปนานโขก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวเมื่อคุณหมอท่านอื่นๆ
จรดปลายปากลงบนแผ่นกระดาษเป็นที่เรียบร้อย...
นั่นคงเป็นสัญญาสั่งซื้อตัวยาที่จันทิมากำลังเฝ้ารอ
เขารีบถอยมายืนชิดริมประตูด้านหลังเมื่อคุณหมอทั้งหลายพากันทยอยเปิดประตูเดินออกมาพูดคุยกันเบาๆ
เดินห่างออกไป ไม่มีใครหันกลับมาสังเกตเลยว่าเบื้องหลังประตูที่พวกเขาเปิดออกนั้นมีผู้ชายตัวใหญ่อีกคนหนึ่งยืนแอบอยู่ด้วย
เนื่องจากประตูห้องนี้เป็นแบบเปิดออกเมื่อมันเปิดค้างไว้เสียกว้างก็เพียงพอที่จะบดบังร่างให้กับเขาได้สบายๆ
“หนูจ๋าคณะกรรมการเซ็นหมดทุกคนแล้วเหลือแต่ลายเซ็นของอาหมอคนเดียว รู้ใช่มั้ยจ๊ะว่าต้องมีลายเซ็นของอาหมอออเดอร์สั่งยางวดนี้ถึงจะเรียบร้อยได้น่ะ”
เสียงเฒ่าหัวงูพูดจาปะเหลาะจันทิมาได้เลี่ยนมาก
“ค่ะ... อาหมอ”
เจษฎาวัฒน์กลืนน้ำลายอึกเมื่อน้ำเสียงของจันทิมาก็ตอบรับเสียหวานหยดย้อยปานกัน
ไอ้ออเดอร์ยานั่นมันสำคัญนักหรือไง?
ไหนเมื่อกี้เธอยังหยิ่งคอแข็งโกรธเขาแทบเป็นแทบตายที่เผลอเสนอให้ความช่วยเหลือเธอไป
แล้วนี่อะไรทำไมเธอตอบรับเสียงหวานปานนั้นได้ เธอคิดอะไรของเธอกันนี่?
“เอ๊... แล้วอาหมอจะเซ็นให้ดีมั้ยน๊า”
“แหม... อาหมอขาอยากได้อะไรบอกทีม่านะคะทีม่าจะหามาให้
อาหมอก็รู้นี่คะทีม่าตามใจอาหมออยู่แล้วเซ็นนะคะอาหมอขาไม่งั้นทีม่าต้องอดข้าวแน่ๆ
เลย เดือนนี้ทีม่าหมดเงินแล้วค่ะ อาหมอไม่สงสารทีม่าเหรอคะ”
เสียงของจันทิมาออดอ้อนอ่อนหวานชนิดที่ฟังแค่เสียงหัวใจยังอ่อนยวบ ถ้าได้เห็นท่าทางออดอ้อนของเธอเข้าด้วยแล้วเจษฎาวัฒน์อยากรู้จริงๆ
ว่าจะมีใครทนใจแข็งไม่ให้อย่างที่เธอขอได้บ้างเล่า แต่เธอ...
ทำได้ยังไงจันทิมาเขายังคาใจอยู่แต่กับคำถามประโยคนี้จริงๆ
“แหม...
เซ็นให้คราวก่อนสัญญาว่าจะมาดินเนอร์ด้วยยังหนีหายไปเลยจำได้มั๊ยคะหนูขา”
“อ๋อ... คราวนั้นจำเป็นจริงๆ ค่ะอาหมอขา ลูกค้าเรียกพบเรื่องออเดอร์ยาที่เพิ่งสั่งมีปัญหานิดหน่อย
ทีม่าก็เลยต้องรีบไปแก้ไขด่วน แหม... อาหมอรู้มั้ยคะทีม่ารีบเคลียร์กับลูกค้าแทบแย่แต่ทีม่าไม่ได้ลืมเรื่องนัดกับอาหมอนะคะ
กว่าทีม่าจะมาหาอาหมอได้ก็เลยเวลานัดไปหลายนาทีแล้ว พยายามโทรหาอาหมอ อาหมอก็ไม่ยอมรับสายทีม่าเลยนี่คะ
รู้มั้ยคะอาหมอขา”
เจษฎาวัฒน์ยืนกำมือแน่นแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยจันทิมาเธอทำได้ทุกอย่างเพื่อออเดอร์ยาจริงๆ
น่ะหรือ?
“เซ็นนะคะคราวนี้ไม่พลาดแน่ วันนี้ทีม่าไม่มีนัดอะไรอีกส่งออเดอร์ยาแล้วทุ่มตรงเจอกันที่เดิมที่เคยนัดกันนะคะอาหมอขา”
“แน่นะ... ไม่เบี้ยวอาหมอนะ”
“ค่า... รับรองเลยค่ะ”
“ก็ได้ เอ้าเรียบร้อยแล้วอย่าลืมนัดอาหมอนะคะหนูขา”
“ไม่ลืมค่ะ งั้นทีม่าขอตัวไปส่งออเดอร์ยาก่อนนะคะอาหมอขา”
“จ้า... เดินดีๆ นะหนู”
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจันทิมาก็รีบเก็บข้าวของเดินยิ้มหน้าบานกับออเดอร์ยางวดใหม่ในมือโดยไม่เอะใจเลยว่ามีคนร่างใหญ่เดินตามหลังมาเงียบๆ
ด้วยหัวใจที่ผิดหวังและร้าวราน เธอต่อโทรศัพท์หาใครบางคนก่อนจะออกเดินอีกครั้ง
“พี่วิทย์คะทีม่าทำตามที่พี่บอกแล้วนะคะ หมอประยุทธ์ตกลงตามที่ทีม่านัดเป็นที่เดิมทุ่มตรงคืนนี้นะคะ”
เจษฎาวัฒน์ขมวดคิ้วทันทีเธอกำลังรายงานการนัดพบให้กับใครอีกคนฟัง พี่วิทย์...
อย่างนั้นหรือ?
“แต่พี่คะ... ทีม่าไม่สบายใจเลยครั้งก่อนทีม่าโกหกไปว่าลูกค้าเรียกพบด่วนตามที่พี่บอกแล้ว
ครั้งนี้ทีม่าจะทำยังไงดีไม่ไปตามนัดก็เท่ากับหลอกให้เขาเซ็นสั่งซื้อยาให้ฟรีๆ
นะคะทีม่าไม่อยากทำเลยมันรู้สึกแย่จังค่ะ” จันทิมาเดินพูดไปเรื่อยๆ
โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทุกคำพูดของเธอมีใครอีกคนคอยรับฟังไว้ทุกคำ
“เอ๋... ไม่ต้องไปเหรอ?
แล้วคราวหน้าทีม่าจะกล้ามาขายยาที่นี่อีกได้ไงล่ะคะ พี่วิทย์อ่ะเล่นแบบนี้ทีม่าแย่เลยนะ”
เสียงเธอโวยวายอย่างทุกข์ร้อน เจษฎาวัฒน์เริ่มอมยิ้มขึ้นมาได้บ้างแล้ว ที่แท้เธอแค่ต้องการออเดอร์ยาแต่ถึงขนาดกล้าอ่อยตาหมอแก่ๆ
นั่นก็เกินไปจริงๆ นะจันทิมา
“ว้ายพี่ ทำแบบนั้นเลยเหรอ?”
จันทิมาชะงักกึกร้องออกมาเสียคนเดินตามชักสงสัยว่าปลายสายคุยอะไรด้วยถึงทำเธอตกใจได้ปานนั้น
“อูย ทีม่าว่ามันแรงไปมั้ยคะพี่วิทย์
ถ้าเกิดเค้าบ้านแตกทีม่าบาปแย่เลยนะคะ พี่อ่ะอย่าทำเลยนะคะ เอ่อ...
เปล่าหรอกค่ะแค่ทีม่าสงสารคุณหมอประยุทธ์น่ะค่ะ แกก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหนาแค่เจ้าชู้ไปหน่อยเท่านั้นเองไม่ได้รุ่มร่ามกับทีม่าด้วยไม่เหมือน...
ไม่เอาค่ะๆ ทีม่าไม่เข้าไปที่นั่นแล้วตาหมอคนนั้นปากว่ามือถึงชอบจับแตะตัวทีม่า ทีม่าไม่ไปแล้วค่ะที่นั่นน่ะ”
เจษฎาวัฒน์หูผึ่งเมื่อแอบฟังถึงจุดนี้ หมอที่ไหนกันถึงกล้าปากว่ามือถึงจับแตะร่างของเธอ
ฟังแล้วรู้สึกร้อนขึ้นมาได้จริงๆ จังๆ และชักไม่อยากให้เธอทำงานแบบนี้เสียแล้วสิ แต่จะห้ามเธอยังไงในเมื่อเธอต้องการงานนี้เพราะมันสร้างเม็ดเงินให้เธอได้มากมายจะมีทางออกดีๆ
สำหรับเรื่องนี้บ้างไหม?
“ช่างเค้าเถอะค่ะพี่วิทย์ ที่นั่นทีม่าให้น้องผู้ชายที่บริษัทช่วยเข้าไปขายแทนให้แล้ว
ได้ก็ดีไม่ได้ก็ช่างมันเถอะค่ะแค่ที่พี่หมอตาลฉัตรช่วยเพิ่มยอดให้ทีม่า ทีม่าก็พอจะเลือกตัดที่นั่นทิ้งได้แล้วค่ะ
ค่ะพี่... วันนี้ทีม่าจะไปหาน้องอันค่ะเมื่อคืนไม่ได้ไปหา น้องอันคงเหงา ค่ะพี่...
ขอบคุณค่ะ ค่ะ บ๊าย บายค่ะพี่วิทย์”
จันทิมาเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋าก่อนก้าวเดินไปเบื้องหน้าส่งยิ้มให้กับทุกคนที่หันมามองเธอ
เธอคงจะสบายใจไม่น้อยเลยที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนัดกับหมอประยุทธ์คืนนี้ได้แล้ว แต่ทำอย่างไรนะ?
แล้วใครกัน พี่วิทย์? เจษฎาวัฒน์เลือกที่จะเดินตามเธอไปเรื่อยๆ
ในสมองก็คิดค้นหาข้ออ้างหรือวิธีการอะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอยอมให้เขาไปเยี่ยมน้องอันน้องชายของเธอด้วยกันตามที่หมอตาลฉัตรแนะนำไว้
กระทั่งจันทิมาหยุดอยู่หน้าร้านขายดอกไม้ขนาดเล็กที่รับจัดกระเช้าดอกไม้เยี่ยมไข้แต่เธอไม่ได้เล็งที่ดอกไม้
เธอกำลังยืนมองตุ๊กตาตัวเล็กน่ารักกับตัวที่ใหญ่กว่าที่ร้านขายดอกไม้จัดหามาวางขายสำหรับเป็นของเยี่ยมไข้ให้ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย
มือน้อยกำลังเอื้อมไปหาตุ๊กตาหมีขนนุ่มสีน้ำตาลที่มันเองก็มองจ้องตอบเธอกลับมาด้วยแววตาค่อนข้างจะดีใจที่เธอเลือกมัน
“เด็กผู้ชายไม่ชอบตุ๊กตาหมีหรอกครับทีม่า”
“อุ๊ย...”
จันทิมาสะดุ้งเล็กน้อยหดมือกลับทันที เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขาที่แอบมายืนอยู่เบื้องหลังโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว
เขาน่าจะกลับไปตั้งนานแล้วหรือว่าเขาย้อนกลับมาอีกเพราะหาใครไปเป็นเพื่อนนั่งทานอาหารกับหมอตาลฉัตรไม่ได้
“กำลังเลือกของไปให้น้องอันหรือครับทีม่า”
“คะ? อ๋อ... ค่ะ”
“งั้นไปกับพี่มั้ย ไปเลือกของที่น้องอันน่าจะชอบและดีต่อน้องอันได้มากกว่าเจ้าตุ๊กตาหมีตัวนี้”
“พี่เจษไม่เคยเจอน้องอันพี่จะรู้ได้ไงว่าอัน ไหนดีต่อน้องอันแล้วรู้ได้ไงว่าน้องอันไม่ชอบตุ๊กตาหมี”
จันทิมาออกอาการต่อต้านเขาเสียงแข็งขึ้นทันทีเมื่อเธอตั้งตัวได้
“เพราะพี่เป็นผู้ชายไงครับ ผู้ชายกับผู้หญิงเราคิดต่างกันแต่ถึงแม้น้องอันจะชอบตุ๊กตาหมีทีม่าก็ไม่ควรซื้อตุ๊กตาหมีไปฝากน้องอันอยู่ดี
เพราะว่าเจ้าตุ๊กตาขนปุยพวกนี้เป็นสื่อนำเชื้อโรคได้ ต่อให้ซื้อมาใหม่ๆ
ก็อย่าได้คิดว่าไม่เป็นไรกว่ามันจะถึงมือน้องอันมันผ่านอะไรมาบ้างได้ฆ่าเชื้อโรครึเปล่าแม้ว่ามันจะปลอดเชื้อก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าปลอดจากฝุ่นน้องอันมีปัญหาเรื่องปอดไม่ใช่หรือครับ”
เจษฎาวัฒน์เอ่ยตอบยิ้มๆ ไม่เคร่งเครียดเหมือนเมื่อครู่ เขาไม่ถือสากับอาการคอแข็งเสียงกระด้างที่เธอใช้กับเขาด้วย
จันทิมากะพริบตาปริบๆ จริงสินะตุ๊กตาหมีขนเยอะเกินไปเก็บฝุ่นได้มาก
นี่เธอกำลังเอาความชอบส่วนตัวมาแปลเป็นความชอบให้น้องชายอย่างนั้นหรือ? เกือบทำร้ายน้องด้วยมือตัวเองเสียแล้ว
“ของเยี่ยมไข้เราต้องมองถึงผู้รับครับทีม่า
บางอย่างก็ไม่เหมาะที่จะเยี่ยมไข้เพราะมันอาจทำร้ายผู้ป่วยได้ง่ายๆ
โดยที่เราไม่รู้ตัวและไม่ได้เจตนา ของฝากที่มักนำไปเยี่ยมไข้จำพวกซุปไก่ รังนก
นมกล่อง ดอกไม้ ผลไม้หรืออาหารการกินที่นิยมนำไปเยี่ยมไข้กันจนลืมคิดไปว่ามันมีประโยชน์กับคนรับแค่ไหนอย่างไร
บางครั้งเราลืมมองไปว่ากำลังไปเยี่ยมคนป่วยผ่าตัดหัวใจแต่ดันซื้อซุปไก่สกัดหรือพวกผลไม้ฉ่ำน้ำไปให้ซึ่งมันไม่สมควรเลย
บางทีเราต้องถามหมอก่อนว่าอะไรที่คนป่วยรับได้หรืออะไรที่คนป่วยรับไม่ได้ แต่ถ้าไม่จงใจให้ผู้ป่วยโดยเฉพาะแต่เพื่อฝากคนเฝ้าไข้ก็ว่าไปอย่างเพราะของกินเหล่านี้สุดท้ายคนเฝ้าไข้ยกไปกินเองทุกรายแหละครับ”
“พี่เจษรู้ดีจังนะคะ” เจษฎาวัฒน์อมยิ้มเมื่อจันทิมาหันกลับมาพูดด้วยดีๆ คล้ายลืมไปแล้วว่ากำลังโกรธเขาอยู่
“พ่อพี่เคยอยู่โรงพยาบาลนานนับเดือนๆ เหมือนกันครับทีม่า”
“แล้วท่านหายดีหรือยังคะ”
“ท่านเสียไปเป็นปีแล้วครับ”
“ขอโทษค่ะพี่เจษ”
“เป็นเรื่องธรรมดาครับ คนเราเกิดมาก็ต้องตายเพียงแต่เราทำอะไรไว้ก่อนตายบ้างเท่านั้น
สำหรับพ่อของพี่แม้ท่านจะไม่ค่อยแข็งแรงนักแต่สามารถอยู่อย่างมีความสุขมาได้นานนับสิบปีนั่นถือว่าดีที่สุดแล้วสำหรับพี่กับน้อง”
“น้องหรือคะ?”
“ครับน้องสาว น้องพี่ไม่ค่อยไปไหนจะอยู่แต่ในบ้านทุกคนเลยเข้าใจว่าพี่เป็นลูกคนเดียวที่จริงยังมีน้องสาวของพี่อีกคนหนึ่งครับ
ว่าแต่... เราไปหาของฝากให้น้องอันกันดีกว่าครับทีม่าเดี๋ยวพี่จะช่วยเลือกนะ”
“แต่พี่นัดกับพี่หมอตาลไว้นะคะ”
“พี่ยกเลิกนัดไปแล้วครับไม่อยากเละเหมือนกันเพราะไม่ได้คิดจะจีบน้องตาลเป็นแฟนเสียหน่อยนึง”
เจษฎาวัฒน์ทำหน้าตาล้อเลียนให้กับจันทิมาเจตนาเพื่อหวังจะบอกให้เธอได้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรที่พิเศษเกินเลยกับหมอตาลฉัตร
แค่เธอเข้าใจว่าเขาอยากเป็นพี่ชายของเธอก็ว่าแย่แล้ว เธออย่าได้เข้าใจผิดซ้ำไปอีกชั้นว่าเขาชอบและอยากผูกสัมพันธ์กับหมอตาลฉัตรเลย
มันหลายซับหลายซ้อนจนเกินไปเดี๋ยวจะพานทำเขาอกหักเสียเปล่าๆ หากจันทิมาเธอถอดรหัสหัวใจของเขาออกมาไม่ได้
“พี่ขอตามไปเยี่ยมน้องอันด้วยคนได้มั้ย? นะครับทีม่า”
“เอ่อ... มันไม่สนุกหรอกค่ะพี่เจษในโรงพยาบาลน่ะ”
“พี่รู้ เพราะพี่เองก็เทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ พี่ถึงอยากช่วยอยากให้น้องอันได้พบเจอกับสิ่งที่ดีที่สุดก่อนที่น้องอันจะจากไป
ทีม่า... พี่ไม่ได้หวังสิ่งอื่นใดจากทีม่านะครับ พี่อยากทำให้เพราะพี่รู้ว่าสักวันน้องอันจะจากไป
ทีม่าเองก็รู้ไม่ใช่หรือว่าเวลาของน้องเหลือน้อยแล้ว ทำไมทีม่าไม่มองถึงเจตนาดีของพี่
ทำไมทีม่าไม่ให้โอกาสพี่ในเมื่อพี่บอกกับทีม่าแล้วว่าพี่ไม่ต้องการอะไรจากทีม่า พี่แค่อยากให้น้องอันมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง
นะครับทีม่า อย่าให้ความระแวงของทีม่าตัดโอกาสของน้องอันเลยนะครับ” จันทิมายืนมองจ้องเขานิ่งนานเขาเองก็ไม่หลบสายตาแต่เลือกที่จะจ้องมองตอบกลับด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี
“ทีม่าไม่คุ้นชินกับการได้รับอะไรจากใครฟรีๆ
โลกทุกวันนี้สอนให้ทีม่ารู้ว่าเงินคือพระเจ้าเพราะเงินมันซื้อความรักได้”
จันทิมาเอ่ยช้าๆ คนรักเธอตีจากไปเพียงเพราะเรื่องของเงิน
เงินของเขาที่ไม่อยากสูญเสียเพื่อน้องชายอันไร้ประโยชน์ของเธอ เพียงแค่นั้นเขาก็พร้อมที่จะขายความรักของเธอทิ้งไป
เขาเลือกเงินมากกว่าความรักและตัวของเธอ
“ไม่ใช่ทุกคนที่บูชาเงิน
เพียงแต่ทีม่าโชคร้ายที่ได้พบเจอกับคนบางคนที่บูชาเงินยิ่งกว่าพระเจ้า แต่พี่อยากจะบอกทีม่าว่าเงินไม่ใช่พระเจ้าและมันไม่เคยซื้อหัวใจและความรักได้
ถึงแม้คนที่คิดแบบนี้จะมีจำนวนไม่มาก แต่คนแบบนี้มีอยู่จริง หากทีม่าหยุดที่จะคิดวิ่งไล่ตามหาคนเหล่านี้แล้วหันกลับมามองเงาในกระจกของตัวเอง
ทีม่าก็น่าจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เงินซื้อไม่ได้ยืนจ้องมองตอบกลับมาเช่นกันครับ”
“พี่เจษ”
สองหนุ่มสาวยืนมองจ้องตากันเงียบๆ ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง สำหรับเจษฎาวัฒน์เขารู้ว่ามองคนไม่ผิด
เงินซื้อจันทิมาไม่ได้เมื่อเธอมีทางเลือกที่ทอดยาวมาถึงเธอมากมายจากชายที่มีเงินตราเป็นอาภรณ์อันล้ำเลอค่า
แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ใส่ใจและไม่ใยดี เส้นทางสายนั้นไม่ใช่เธอมองไม่เห็น
เธอเห็น... เธอรู้ว่าหากเพียงแต่เธอยอมขายศักดิ์ศรียอมเป็นอนุภรรยาให้กับใครสักคน น้องชายเธอก็จะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่และเธอเองก็จะไม่ต้องลำบากตากหน้ามาออดอ้อนเอาใจผู้ชายอย่างหมอประยุทธ์นั่นด้วย
“หรือไม่จริง? หากคนทุกคนซื้อได้ด้วยเงินทีม่าก็คงไม่ต้องมาทำงานงกๆ
แบบนี้ ทีม่าไม่ใช่คนแรกและก็ไม่ใช่คนสุดท้ายที่เงินซื้อไม่ได้ เพียงทีม่ายอมเปิดใจทีม่าจะเห็นคนเหล่านั้นอีกมากมาย
อย่าเอาคนไม่ดีที่ทีม่าพบเจอไปตัดสินแทนผู้ชายทุกคนว่าเห็นเงินเป็นพระเจ้าสิครับ”
“ความจริงทีม่าก็รู้สึกเหนื่อยมากแล้วเหมือนกันค่ะ หลายครั้งที่ทีม่าอยากจะเปลี่ยนใจมาลองพิจารณาขายศักดิ์ศรีดูบ้างเหมือนกัน
หากมีคนใจดีเลือกซื้อทีม่าก็จะลองขายดูค่ะ”
จันทิมาพูดด้วยสายตานิ่งๆ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอพูดแบบนี้ออกมาทำไม ทั้งที่ความจริงหัวใจและร่างกายของเธอไม่มีวันจะเอาออกเร่ขายให้ใครได้
อยากเอาชนะเขาอย่างนั้นหรือ? มีประโยชน์อะไร?
แค่อยากเห็นแววตาที่ตกใจของผู้ชายตรงหน้านี้น่ะหรือ?
คุ้มกันไหมนี่กับวาจาที่ทำให้ตัวเองด้อยค่าลงไปแบบนี้
“ทีม่า!”
แววตาถือดีที่จ้องตอบมากับวาจาเย็นชานั้นทำให้เจษฎาวัฒน์ถึงกับสะอึกอึ้งไปนาน
ไม่คิดว่าจันทิมาจะกล้าบ้าบิ่นพูดจาออกมาเช่นนี้
เขาไม่มีวันเชื่อว่าเธอจะซื้อได้ด้วยเงิน
หากเธอยอมขายเธอคงไม่รอมาขายเอาตอนนี้หรอก หรือเธอจะเหนื่อยมากเกินไปจนเกิดอาการท้อแท้ใจขึ้นมาแล้ว
“ถ้าทีม่ากำลังหวังว่าพี่จะเอ่ยปากรับซื้อทันทีที่ทีม่าเปิดช่องให้ ทีม่าคิดผิดแล้วเพราะพี่ไม่เคยตีค่าทีม่าออกมาเป็นตัวเงิน
สำหรับพี่เงินไม่ได้มีค่าถ้าเทียบกับน้ำใจของทีม่า
พี่ไม่คิดจะซื้อแต่พี่ยินดีให้ฟรีๆ หากทีม่ายินดีรับเงินจากพี่”
“ทีม่าไม่ยินดีรับของฟรีจากใครค่ะพี่เจษ”
จันทิมาเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยองแม้เธอจะจนแต่เธอก็มีศักดิ์ศรีเท่าที่คนจนๆ
คนหนึ่งจะมีได้ เงินไม่ใช่พระเจ้าสำหรับเธอแม้จะรู้และเข้าใจอยู่ว่าเงินเหล่านั้นมันสำคัญและยิ่งใหญ่เพียงไรก็ตาม
“แม้ของฟรีนั้นจะสามารถบันดาลให้น้องอันมีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ศักดิ์ศรีของทีม่าซื้อหามาให้น้องไม่ได้อย่างนั้นหรือครับ?”
เขาไม่ได้อยากพูด เขาไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้านี้นัก แต่เธอดื้อจนเกินไปดื้อที่จะยึดมั่นอยู่ในศักดิ์ศรีของตนเองจนทำให้มองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป
“พี่อยากเตือนทีม่านิดหนึ่ง เวลาไม่เคยคอยท่าใครยิ่งรู้ว่าเวลาของน้องอันมีน้อย
ทีม่าอยากจะทำอะไรให้น้องก็จงรีบทำโดยไวนะครับก่อนที่เวลาจะหมดไปโดยไม่ได้ทำอะไร แล้วจะมานั่งนึกเสียใจในภายหลัง
มันไม่เกิดประโยชน์อันใด”
“พี่... กำลังแนะให้ทีม่าขายตัวใช่มั้ย?”
แววตาหวานล้ำของคนตรงหน้ากำลังรื้นด้วยหยาดน้ำตา เธอกำลังตัดพ้อเขาอยู่กับคำเตือนที่เขามีให้
“เปล่าเลย พี่บอกทีม่าแล้วว่าพี่ยินดีให้ฟรีพี่ไม่ได้กำลังแนะนำให้ทีม่าขายตัวให้พี่
พี่แค่กำลังพยายามทำให้ทีม่ายอมรับน้ำใจจากพี่เท่านั้นเอง”
เจษฎาวัฒน์กลืนน้ำลายอึกเริ่มจะอึดอัดมากขึ้นทุกที นี่เขากำลังพยายามทำอะไรอยู่กันแน่
ทำไมต้องพยายามยัดเยียดความช่วยเหลือให้ ทั้งๆ ที่เธอก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ต้องการ
“แต่ทีม่าบอกพี่แล้วว่าไม่เอาของฟรี ไม่เอาน่ะเข้าใจมั้ย? ทีม่าไม่เชื่อหรอกว่าในโลกนี้จะมีของฟรี!”
น้ำตาหยดน้อยร่วงหล่นผ่านแก้มนวลใสของเธอทำให้หัวใจของเขาวูบหวิวและปวดหนึบได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นไปได้หรือนี่? เขาถลำลึกไปขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มันไม่ใช่รักแรกพบ
ไม่ใช่แน่ แล้วเขารักเธอตอนไหนถ้าไม่ใช่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเจอ เออ...
มีรักหลังพบหน้ากันสักสี่สิบห้านาทีบ้างไหม หรือเขาจะเป็นคนแรก!
“ทีม่า มากับพี่ก่อนนะครับ”
เจษฎาวัฒน์ถือวิสาสะดึงข้อมือน้อยออกเดิน
แม้เธอจะดื้อดึงทำท่าสะบัดข้อมือหนีแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย เขาฉุดพาเธอออกมาจากที่ตรงนั้นเพราะเริ่มมีใครต่อใครหันมามองและให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อจันทิมาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
ทั้งส่งเสียงดังและร้องไห้ขืนยืนอยู่ต่อไปมีหวังเขาโดน รปภ.
และประชาชนแถวนั้นเล่นงานฐานรังแกผู้หญิง (แสนสวย) เป็นแน่
“อย่าดื้อสิ ทีม่าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”
เขาเปิดประตูรถส่งร่างเธอที่ทำท่าจะฝืนต่อต้านเข้าไปด้านในสำทับบอกว่าอย่าดื้อทำให้คนตัวเล็กที่กำลังซับน้ำตาหันมาทำตาวาววับเอากับเขารอบหนึ่ง
แต่ก็แปลกแทนที่จะหงุดหงิดเขากลับอารมณ์ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ รีบวิ่งกลับมาสตาร์ทรถและตั้งท่าคุยกับเธอใหม่
ที่นี่เธออยากตะโกนอยากด่าอยากว่าเท่าไหร่เชิญใส่มาเลยเต็มที่เขายินดีรับฟังอยู่แล้ว
“อ่ะ...
ตกลงถ้าทีม่าไม่ชอบของฟรีพี่ก็ตามใจพี่ถือว่าเป็นค่าจ้างทำงานก็แล้วกันพี่จะจ้างทีม่ามาเป็นผู้ช่วยเลขาพี่นะครับ
ตกลงมั้ย?” เจษฎาวัฒน์เอ่ยออกมาเบาๆ นั่นสินะทำไมเขาไม่คิดแบบนี้เสียตั้งแต่ทีแรก...
ค่าจ้าง
“งานเหรอ?”
จันทิมาเงยหน้าขึ้นซับน้ำตาจนแห้งแม้จะมีความชื้นเกาะติดแพขนตาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ดวงตาหวานฉ่ำนั้นลดความน่ามองลงแต่อย่างใดเลย
“ผู้ช่วยเลขาของพี่น่ะหรือคะ?”
“ครับ ดีออกทีม่าจะได้เลิกเป็นตัวแทนยาที่ต้องเอาใจหมอๆ
ผู้ชายทั้งหลายด้วยไง”
“แต่... พี่จ้างผู้ช่วยเลขาแพงไปรึเปล่า?”
“ก็... ถ้าคิดมากพี่ก็ให้เงินเดือนทีม่าธรรมดาๆ เหมือนคนอื่นเขาก็ได้ ส่วนต่างที่ทีม่าต้องใช้พี่ถือเป็นค่าจ้างพิเศษที่ทีม่าต้องทำงานพิเศษแลกให้พี่ด้วย”
พอเริ่มคิดชั่วร้าย ความชั่วร้ายมันก็ต่อหางเดินตามกันออกมาได้เรื่อยๆ
“งานพิเศษ?”
แววตาสวยเริ่มออกแววระแวงและระแวดระวังภัยขึ้นมาอีกแล้ว เจษฎาวัฒน์เห็นได้ชัดว่าเธอระวังตัวเสมอ
แบบนี้น่ะหรือที่พูดว่าเหนื่อยแล้วจะเปลี่ยนใจมาลองขายศักดิ์ศรีดูบ้าง ขืนเชื่อเธอเขาก็บ้าแล้วเท่านั้นเอง
“ครับ งานพิเศษ ทีม่าต้องคอยทำงานให้พี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ว่าพี่เรียกหาเวลาไหนทีม่าต้องพร้อมทำงานทันทีไม่ว่าพี่จะถามงานไหนทีม่าต้องมีคำตอบให้พี่ได้เสมอ
พี่ไปประชุมหรือดูงานที่ไหนทีม่าต้องตามไปด้วยตลอดเวลา บางทีพี่ว่าอาจต้องเพิ่มเงินพิเศษให้ทีม่ามากโขอยู่เหมือนกันหากพี่คิดจะซื้อเวลาทำงานของทีม่าทั้งยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้
อ้อ... พี่เขี้ยวนะไม่มีวันหยุด วันลาให้
อยากหยุดต้องบอกล่วงหน้าสามวันถ้าป่วยพี่ไม่ว่าแต่ต้องเห็นกับตาว่าป่วยจริงๆ
เท่านั้นนะครับ”
เจษฎาวัฒน์แทบหลุดหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตาบิดเบี้ยวแบบแหยงๆ
ของจันทิมาเวลาฟังเขาจาระไนงานของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เออเนาะ...
ใครฟังแล้วเฉยได้ก็บ้าแล้วนั่นมันไม่ใช่ขายแรงงานแล้วแต่ขายทั้งชีวิตเลยเชียวเมื่อเขาเล่นจองทุกเวลานาทีของเธอแบบนี้
“แต่พี่เจษคะ ทำแบบนั้นทีม่าก็ไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลยสิ ไม่ยุติธรรมเลยนะคนเรายังไงก็ต้องมีเวลาพักหรือเวลาส่วนตัวบ้าง
ทีม่าเป็นคนนะไม่ใช่เครื่องจักรเสียหน่อย”
“อ้าว... ก็พี่จ้างแพง”
“แต่ผิดกฎหมายแรงงานนะคะ”
“โอ้ย... ถ้าทีม่ายอมเซ็นสัญญาจ้างก็ไม่มีปัญหานี่ครับ”
“โอ้ย... ทีม่าไม่เซ็นหรอก ไม่ใช่สัญญาจ้างแล้วนั่นมันสัญญาทาสชัดๆ”
จันทิมาเผลอตัวเถียงออกมาทันควันเธอรู้สึกว่ามันไม่คุ้มกันเลยไม่ว่าค่าจ้างจะแสนแพงแค่ไหนแต่ถ้าต้องเสียเวลาส่วนตัวไปทั้งชีวิตแบบนั้นใครจะยอมแลกด้วย
ขืนเธอยอมแลกก็เท่ากับต้องตัดขาดจากน้องอันไปโดยปริยาย
“อ้าว... ให้ฟรีก็ไม่เอา ว่าจ้างก็มีปัญหาอีกตกลงรักน้องจริงไหมนี่?”
เจษฎาวัฒน์เริ่มต้นกระบวนการยั่วอารมณ์คนตรงหน้าทันที
“ทีม่าแค่ขอเวลาส่วนตัวบ้างนิดหน่อยก็ยังดี”
“โอเค
งั้นเอางี้หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็นเป็นเวลางานของพี่นอกนั้นเป็นเวลาอิสระของทีม่ายกเว้นพี่เรียกหาทีม่าต้องมาทันที”
“ไม่เอาค่ะถ้าพี่เล่นเรียกทีม่าทุกชั่วโมงทีม่าก็แย่สิ”
“แล้วจะเอายังไงคะ”
เจษฎาวัฒน์อมยิ้มเมื่อข้อตกลงมีทีท่าว่าจะหาบทสรุปได้ในไม่ช้านี้
“ก็... ไม่เรียกหาไม่ได้เหรอคะ”
“ได้ไง? เผื่อมีงานด่วนล่ะ”
“ก็เรียกได้แต่อย่าบ่อยอย่าถี่”
“ใครจะไปรู้ งานนะคะกำหนดล่วงหน้าได้ไง”
“งั้นก็ได้ แต่ทีม่าขอเป็นคนตัดสินใจเองนะคะว่าจะมาหรือไม่”
“อ้าว... แบบนั้นพี่ก็เสียเปรียบสิ ถ้าทีม่าเล่นตีความว่าไม่สำคัญไม่จำเป็นต้องมาเสียทุกเรื่องน่ะ”
“งั้นเอางี้ ทีม่าขอทำงานเข้าแปดโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็นเหมือนทุกคนค่ะ นอกนั้นถือเป็นน้ำใจถ้าหากทีม่าจะอยู่ทำให้”
“แบบนั้นมัน เฮ้... เล่นลดเวลางานตามใจตัวเองแบบนี้ได้ไงล่ะทีม่า”
เจษฎาวัฒน์เป็นงงแทนที่ต่อรองแล้วผู้ว่าจ้างจะได้ผลประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ
กลายเป็นว่านั่นมันเวลางานปกติของทุกคนเลยนี่นะ จันทิมาเธอต่อรองเป็นหรือไม่เป็นกันแน่
ถ้าต่อรองไม่เป็นแล้วทำไมผลประโยชน์มันไปตกฝั่งเธอเห็นๆ แบบนี้
“ก็ทีม่าตั้งใจว่าจะไม่ขอรับเงินพิเศษนะคะรับเท่ากับที่พี่จ้างคนอื่นๆ
เหมือนเดิมก็ได้ ส่วนต่างที่นอกเหนือจากเงินเดือนที่ทีม่าจำเป็นต้องใช้ ทีม่าขอติดเป็นเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยแทนนะคะ
ทีม่าจะผ่อนจ่ายหนี้ให้พี่ไปเรื่อยๆ ถ้าพี่เชื่อใจทีม่า ทีม่าก็สัญญาว่าจะจ่ายให้จนหมดทุกบาททุกสตางค์เลยได้มั้ยคะ?”
เออแฮะ... จันทิมาเธอขอเปลี่ยนเงินช่วยเหลือที่เขาต้องการให้ฟรีมากลายเป็นหนี้ที่ยินดีตามจ่ายชดใช้ให้เขาแทน
ถือว่าเธอเป็นนักต่อรองขั้นเทพเลยก็ว่าได้ สามารถปิดการเจรจาโดยไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
“พี่ตกลงครับ ยินดีรับข้อเสนอของทีม่า
สำหรับทีม่าเสนออะไรมาพี่รับได้ทุกอย่างอยู่แล้ว งั้นเรา...
ไปหาของฝากให้น้องอันกันเลยมั้ยครับ”
“ค่ะพี่เจษ”
จันทิมาเปิดยิ้มกว้างอย่างมีความสุข วันนี้เธอหาทางออกให้กับทุกเรื่องและทุกอย่างในชีวิตได้แล้ว
ส่งผลดีต่อน้องอันที่ช่วงชีวิตสุดท้ายจะได้อยู่อย่างมีความสุข สำหรับตัวเธอเองก็มีเวลาให้กับน้องชายได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเม็ดเงินค่ารักษา
ที่สำคัญเธอไม่ต้องทนมองหน้าหมอขี้หลีและต้องลำบากใจในการหลอกให้พวกเขาเซ็นสั่งซื้อยาตามวิธีของพี่วิทย์และดีต่อเจษฎาวัฒน์เขาจะได้ไม่ต้องเสียเงินเพื่อใครฟรีๆ
ดีต่อทุกชีวิตจริงๆ
“ว่าแต่... ใครกันครับพี่วิทย์นี่น่ะ?”
“คะ?”
“คือพี่... เดินอยู่ข้างหลังตอนทีม่าคุยโทรศัพท์น่ะครับ”
เจษฎาวัฒน์ยิ้มแหยๆ
รู้สึกอายรู้สึกว่าตนเองไร้มารยาทที่แอบเดินตามแอบฟังเธอสนทนาทางโทรศัพท์แต่ถึงจะอายแค่ไหนสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะพูดความจริงดีกว่าเก็บงำทุกอย่างเอาไว้แล้วไม่รู้ว่าพี่วิทย์ของเธอเป็นใคร
“พี่วิทย์น่ะหรือคะ” จันทิมาอมยิ้มมองคนอยากรู้ที่ทำหน้าบู้บี้อยู่ข้างๆ
จะอยากรู้อะไรกันนักกันหนาขนาดนั้นนะเมื่ออยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง
“พี่เขาเป็นคนสนิทของท่านราชาค่ะเป็นมือขวาที่คอยดูแลทุกเรื่องให้ท่านที่เน้นหนักก็เรื่องความปลอดภัย
ทีม่ารู้จักกับพี่เขาเพราะต้องติดต่อกับทางโรงพยาบาลเบญจรัศม์ที่เป็นของท่านราชาน่ะค่ะและรู้จักพี่หมอตาลฉัตรที่นั่นด้วยเหมือนกัน”
จันทิมาอมยิ้มเมื่อนึกถึงวันแรกที่เธอเห็นพี่วิทย์ เขาดุจนเธอไม่อยากเข้าใกล้
ยอมรับเลยว่าเธอกลัวผู้ชายคนนี้
แต่เมื่อได้สัมผัสเนื้อแท้แล้วกลับพบว่าเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างภาพลักษณ์ที่ปรากฏออกมา
เขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่น่าคบหาเพราะมีแต่ความจริงใจส่งให้กับเธอเสมอๆ
และเธอสบายใจที่จะคิดถึงเขาเช่นกัน
“พี่เขาออกจะดุแต่ก็ใจดีคอยช่วยทีม่าในหลายๆ เรื่อง
เรื่องของหมอประยุทธ์ก็เหมือนกันถ้าพี่เจษเดินตามทีม่ามาพี่คงจะรู้แล้วว่าทีม่านัดเจอกับหมอทุ่มนี้”
จันทิมาหันกลับมามองคนข้างกายที่กำลังจ้องมองเธออยู่และตั้งใจฟังอย่างยิ่ง
“ครับพี่รู้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าทีม่าจะทำอย่างไรกับนัดครั้งนี้”
“ตอนแรกทีม่าก็ไม่ทราบหรอกค่ะแต่พี่วิทย์บอกให้ทีม่าตอบรับทุกข้อเสนอของหมอประยุทธิ์
ทีม่าก็ตอบรับเพราะทีม่ารู้ว่าพี่วิทย์มีทางแก้ให้ทีม่าอยู่แล้ว ครั้งก่อนพี่เขาทำอย่างไรทีม่าไม่รู้รู้แต่ว่าโทรศัพท์ของหมอประยุทธิ์ใช้งานไม่ได้จริงๆ
เมื่อทีม่าอ้างว่าโทรหาไม่ได้หมอก็เลยไม่โต้แย้งทีม่า แต่คราวนี้ เอิ่ม...
ทีม่าก็ห่วงๆ แกอยู่เหมือนกันนะคะนี่”
จันทิมาขมวดคิ้วสีหน้าไม่ดีนักยิ่งทำให้เจษฎาวัฒน์อยากจะรู้ว่าคราวนี้พี่วิทย์คนนั้นจะจัดการอย่างไร
“มีอะไรน่าห่วงหรือครับทีม่า”
“ก็...
พี่วิทย์บอกว่าหมอประยุทธิ์ต้องมาก่อนทุ่มหลายนาทีแน่พี่เขาจะจัดสาวสวยๆ
เข้าไปยั่วหมอแทนทีม่าค่ะ”
เจษฎาวัฒน์เลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่ได้รับก็นับว่าแปลกและคาดเดาได้ยากกับทางออกที่พี่วิทย์คนนั้นเลือก
จัดหาผู้หญิงคนอื่นให้หมอแทนจันทิมาอย่างนั้นหรือ? แต่หมอประยุทธิ์ไม่น่าโง่เลือกสาวคนอื่นแทนนางฟ้าจันทิมาที่เฝ้ารอหรอกน่ะ
“ก็ถ้าหมอประยุทธิ์พอใจผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เห็นมีอะไรที่น่าห่วงนี่ครับ”
“มันไม่จบแค่นั้นสิคะ เฮ้อ...
พี่วิทย์น่ะเตรียมการล่อลวงเมียของหมอไปเห็นตอนหมออี๋อ๋อกับผู้หญิงน่ะสิงานนี้ทีม่าจะร่วมบาปไปด้วยแน่ๆ
ถ้าครอบครัวของหมอเกิดมีปัญหาขึ้นมา”
จันทิมาขมวดคิ้วรู้สึกว่าชีวิตดำรงอยู่ยากขึ้นทุกวัน เธอไม่ชอบใจเลยที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาชีวิตครอบครัวผู้อื่น
บางทีการตัดสินใจเลิกจากงานนี้เพื่อไปทำงานกับเจษฎาวัฒน์อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่ฟ้าประทานมาให้เธอแล้วก็ได้
เงินส่วนเกินที่เธอต้องการคือหนี้ในอนาคตที่เธอเต็มใจชดใช้จะมากแค่ไหนเธอก็ยอมรับได้
เพราะมันดีกว่าเงินที่ได้จากการหลอกลวงแม้พี่วิทย์จะบอกว่าเพื่อสั่งสอนหมอเจ้าชู้แต่ถ้าเธอไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้เวรกรรมไปตามทันบรรดาหมอเหล่านั้นเอาเองได้ย่อมต้องประเสริฐกว่า
“อย่าไปคิดมากเลยครับ บางทีเรื่องราวคราวนี้อาจทำให้หมอประยุทธิ์ได้คิดขึ้นมาบ้างก็ได้นะ”
“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ ทีม่าเบื่อเรื่องพวกนี้เหลือทนแล้วบางทีทีม่ารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองชักจะแก่เกินวัยไปเสียแล้วนะคะ
ทีม่าแค่ยี่สิบห้าแต่กลับรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะห้าสิบอยู่แล้ว ทีม่าเหนื่อยค่ะ”
“ปล่อยวางเสียบ้างครับ ที่ผ่านมาแล้วคงแก้ไขอะไรไม่ได้แต่นับจากนี้ไปค่อยมาเริ่มต้นกันใหม่
การได้เปลี่ยนงานเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและการไม่ต้องกังวลและเครียดกับค่ายาค่ารักษาของน้องอันจะทำให้ทีม่าดีขึ้น
ตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็คือใช้เวลาว่างของทีม่าทำให้น้องอันมีความสุขดีกว่านะครับ”
“ค่ะ” จันทิมายิ้มตอบรับดวงตาของเธอเป็นประกายสดใสขึ้นเมื่อนึกถึงความสุขของน้องอันที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
“ทีม่าสัญญาจะใช้หนี้เรื่องของน้องอันให้พี่จนครบแน่นอนค่ะ”
“พี่ไม่กลัวทีม่าเบี้ยวหรอกนะเพราะพี่จะใช้งานทีม่าจนคุ้มแน่นอน ฮ่ะๆ”
“เห... ทีม่าพึ่งกฎหมายแรงงานฟ้องปวีณาจริงๆ นะพี่เจษ”
จันทิมาทำปากยื่นใส่เขาเชิดหน้าขึ้นอย่างบอกให้รู้ว่าเธอไม่กลัวหรอกนะทำเอาเขาต้องหลุดหัวเราะกับใบหน้าเชิดๆ
ประมาณว่าอย่ามาเจ้าเล่ห์ใส่เธอนะเธอสู้จริงๆ นะ แหม... เขาน่ะหรือจะกล้ารังแกกระต่ายได้ลงขอออกจะมั่นใจเสียด้วยซ้ำว่าทันทีที่กลับถึงบ้านเป็นต้องแอบสั่งสร้างกรงทองไว้รองรับ
แม่กระต่ายขนฟูตัวน้อยจันทิมา
เจษฎาวัฒน์เดินยิ้มกริ่มกลับเข้าบ้านในเย็นวันนั้นหลังจากทุ่มเทเวลามากมายในการตามติดสาวจันทิมา
ผู้หญิงคนแรกในรอบหลายปีนี้ที่ทำให้เขาตกหลุมรักได้ลึกที่สุด เขาค่อนข้างจะได้เปรียบเธออยู่มากเมื่อเขามีข้อมูลที่จำเป็นของเธออยู่ในมือและมีหมอตาลฉัตรให้การสนุบสนุนจนออกนอกหน้า
ให้คำปรึกษาแนะนำต่างๆ นาๆ จนกระทั่งเขาสามารถรั้งจันทิมาเข้าหาเขาได้ไม่ยากนัก
แต่จะว่าไปสถานภาพระหว่างเธอกับเขามันก็ยังไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เธอยังจัดเขาเอาไว้ตรงตำแหน่งที่เรียกว่าพี่ชายแต่ให้ตายเถอะพี่ชายคนนี้จ้องจะหาช่องทางเปลี่ยนสถานะจากพี่ธรรมดาเป็นพี่จ๋า...
ของเธออยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว
วันนี้เขาทำสำเร็จในขั้นที่เรียกว่าเยี่ยมยอดเมื่อสามารถหลอกล่อให้จันทิมามาทำงานอยู่กับเขารับเงินเดือนจากเขา
เธอไม่ต้องเป็นตัวแทนยาอีกเพราะเขาไม่ชอบใจเลยที่เธอต้องไปตากหน้าพูดจาคะขากับบรรดาหมอหนุ่มหมอแก่
เพื่อเอาใจหมอพวกนั้นแลกกับยอดออเดอร์สั่งยาเพียงไม่กี่แสนบาท
“จะดีแน่เหรอพี่วิทย์ทำแบบนี้มันเสี่ยงหนักเลยนะพี่”
วิทย์ได้ยินเสียงนนท์ตั้งคำถามชัดเจนแต่เขากลับตอบไม่ได้เพราะกล่องเสียงดันไม่ทำงาน
สองมือกำเข้าหากันแน่นนั่งหลบมุมแอบอยู่คู่กันกับนนท์ เขาตามดูจันทิมาและเจษฎาวัฒน์มาทั้งวันแล้ว
ยอมรับว่านายคนนี้ก็พลิ้วใช่เล่นมันสามารถดักทางทั้งลูกล่อลูกชนก็แพรวพราวทำเอาจันทิมาตกหลุมพรางรับปากเลิกงานตัวแทนยามาเป็นผู้ช่วยเลขาของมันได้ง่ายๆ
มันเสี่ยงจริงอย่างที่นนท์ว่าหากปล่อยไว้นานไปจันทิมาจะมอบหัวใจให้มันจนหมดทั้งดวงใจแน่นอน
แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เขาต้องการเมื่อเขาได้เห็นเองกับตาว่าเจษฎาวัฒน์ไม่ได้ล้อเล่นกับเรื่องของจันทิมา
นายคนนั้นกำลังหลงรักเธอจริงๆ ทำให้สิ่งที่เขาตั้งความหวังมีเค้าลางแห่งความสำเร็จสูงมาก
แต่มันก็เสี่ยงที่จะเสียดวงใจได้มากเช่นกัน
“เลิกเหอะพี่ไม่คุ้มกันเลย ผมว่าพี่หันมาลงสนามแข่งกันจีบแบบจริงจัง ดีกว่ามานั่งตามแอบดูอยู่แบบนี้
เจ็บฟรี... พี่เชื่อผมเหอะนะ”
นนท์รู้ว่าโน้มน้าวให้พี่ชายใหญ่คนนี้เปลี่ยนใจได้ยากแต่เขาก็อยากจะพูด เผื่อลูกพี่วิทย์จะเปลี่ยนความคิดความตั้งใจบ้าง
ไม่คุ้มกันเลยกับที่เราจะเอาหัวใจไปแลกกับการแก้แค้น แต่อย่างว่าแหละคนไม่เคยแค้นเคืองใครอย่างนนท์คนนี้คงไม่เข้าใจคนที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้นอย่างพี่วิทย์หรอก
สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปในแนวทางที่อาจส่งผลร้ายต่อจิตใจของพี่วิทย์
คำสั่งอนุญาตให้นนท์สามารถกลับบ้านไปอยู่กับลูกเมียได้ไม่ต้องตามติดพี่วิทย์อีกแล้วจึงต้องปรับเปลี่ยนเสียใหม่
ท่านราชาสั่งให้นนท์คนนี้ตามติดพี่วิทย์เป็นเงาตามตัวอีกครั้งหนึ่ง จะไม่ให้ท่านห่วงได้อย่างไรท่านก็เห็นอยู่ชัดๆ
ว่าพี่วิทย์เครียดจัดกับเรื่องของจันทิมาเครียดยิ่งกว่าตอนรู้เรื่องว่าหัวใจของพี่วัตรเกี่ยวข้องกับหนึ่งธิดาและเจษฎาวัฒน์เสียอีก
ดูๆ ไปพี่เขาอาจจะเริ่มเข้าใจบ้างแล้วก็ได้ว่าเรื่องไหนสำคัญกว่ากัน ได้แต่หวังให้พี่เขารีบเปลี่ยนใจอย่ามัวแต่ทนจนต้องเสียหัวใจไปจริงๆ
ถึงจะยอมเข้าใจ มันอาจสายจนแก้ไขอะไรไม่ได้อีก
แต่วิทย์กลับไม่ตอบคำสิ่งใดและไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจ เขายังคงเฝ้าแฝงตัวเงียบเชียบคอยตามติดเฝ้าดูพัฒนาการระหว่างจันทิมาและเจษฎาวัฒน์แบบไม่ให้คลาดสายตาไม่ว่าจันทิมาจะทำอะไรอยู่ที่ไหนจะมีการ์ดของ
วี.พี. ซีเคียวริตี้คอยแฝงกายแอบเร้นเป็นสายคอยรายงานสถานะของเธอให้วิทย์รู้ตลอดเวลา
จบตอนที่ 5



